เอกชนไหว้ย่อ ขอรัฐลด ‘ดีเซล’ เหลือ 30 บาท/ลิตร ลดต้นทุน-ผลกระทบภาคผลิต
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร นั้น ไม่ได้มีผลต่อต้นทุนการผลิต เพราะก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันดีเซล ดีดตัวขึ้นไปจาก 30 บาทต่อลิตร เป็น 35 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ผู้ประกอบการ หรือในภาคผลิตได้รับผลกระทบเรื่องนี้อย่างหนัก แม้ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจะช่วยตรึงราคาแล้ว แต่ก็ยังถือว่าทรงตัวอยู่ในระดับสูง และจากผลกระทบดังกล่าวผู้ประกอบการเองก็ได้มีการควบคุมต้นทุน และราคาสินค้าไม่ให้สูงจนเป็นภาระของประชาชน
“ราคาน้ำมันดีเซลเดิมที่มีการตั้งราคาไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร ถือว่าเป็นเป็นพื้นฐานต่างๆ ของต้นทุนการผลิตอยู่แล้ว และเมื่อครั้งตอนที่ราคาดีเซลปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นผลให้บางธุรกิจต้องปรับราคาสินค้าขึ้น แต่ไม่ได้ปรับขึ้นมาก เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน และเพื่อให้เศรษฐกิจยังสามารถเเดินหน้าต่อไปได้อีกด้วย ทั้งนี้ การที่ราคาน้ำมันดีเซลจะมีผลต่อต้นทุน คือ ราคาต้องกลับมาอยู่ที่ 30 บาทต่อลิตร เช่นเดิมจึงจะเป็นผลดีต่อต้นทุนการผลิตอย่างชัดเจน” นายวิศิษฐ์ กล่าว
ทั้งนี้ แม้ในทางปฏิบัติการปรับลดลงของน้ำมันดีเซลจะไม่ได้ช่วยให้ต้นทุนลดลง แต่ช่วยคลายกังวล และลดแรงกดดันลงได้ แต่ถ้าราคาน้ำมันมีทิศทางลดลงกว่านี้ ก็จะมีผลบวกตามมา ซึ่งก็ต้องติดตามสถานการณ์ ทั้งปัจจัยในประเทศ และปัจจัยนอกประเทศ โดยเฉพาะเรื่องที่ส่งผลต่อราคาพลังงานอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ไทยยังมีปัจจัยบวกจากการที่จีนเปิดประเทศ และอนุญาตให้ประชาชนชาวจีน เดินทางออกนอกประเทศได้เยอะขึ้น นอกจากเรื่องนักท่องเที่ยวแล้ว ก็ยังมีนักธุรกิจเดินทางเข้ามาเจรจาค้าขายเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะว่าบางรายค้างเรื่องการลงทุนไว้จากช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายรายเริ่มกลับมาตัดสินใจลงทุนในไทยช่วงนี้
ส่วนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 นั้น มองว่า ในเรื่องของการลงทุนมีโอกาส ไม่ว่าจะเลือกตั้ง หรือไม่เลือกตั้ง ขอให้การเมืองมีเสถียรภาพ ทุกอย่างก็จะเป็นเชิงบวก เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ต้องการให้การเมืองนิ่ง จะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องมีความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของภาวะความขัดแย้งในโลก ซึ่งในภาพของการลงทุนต้องหาการผลิตก็ต้องมีการหาแหล่งเงินทุน แหล่งที่ 2-3 เพิ่มเติม ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่รักลงทุนต่างชาติสนใจ
ขณะเดียวกัน ปัจจัยบวกอีกเรื่องคือ ภาคการส่งออกเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก เพราะยังมีปัจจัยลบค่อนข้างเยอะ ทั้งในเรื่องของการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ยังไม่จบสิ้นส่งผลให้ส่งผลให้ในเรื่องของต้นทุนในการผลิตปรับตัวขึ้นสูง และมีโอกาสทำให้เศรษฐกิจ ฉะงักงันช่วงหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับถดถอย เป็นแค่ช่วงสั้นๆ ที่ทำให้คนไม่กล้าใช้จ่ายเนื่อจากราคาต้นทุนสูงขึ้น มองว่าเรื่องการเมือง ถ้าไม่ได้มีเหตุรุนแรง และการเมืองมีเสถียรภาพ จะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ของแต่ละประเทศ
ข่าวน่าสนใจอื่น:
- สาวตกงาน ถูกรางวัลที่ 1 สุดช้ำโดน พนง.กองสลากไล่ อ้างไม่รับขึ้นเงิน หวยกองสลากพลัส
- เช็กเลย! 5 ราศีนี้ดวงดีเลิศ จะได้เงินได้ทอง เตรียมปลดหนี้ ศัตรูแพ้พ่าย
- คนไทยแห่คอมเมนต์ Yada เน็ตไอดอลโพสต์ภาคภูมิใจเป็นคนเขมร ไม่ลืมรากเหง้า
- อานนท์ จี้ ขอพ่อแม่ตะวัน-แบม ‘ดูใจลูก’ คืนนี้ นักกิจกรรมบึ่งรถเฝ้าหน้า รพ.-ปักหลักศาลอาญา
- เอาเหรียญไปเลยก็ได้นะ! ‘กัมพูชา’ จัดชิงแบด 8 ทอง เพิ่มทีมผสม แต่ห้ามไทย กับ 4 ชาติเข้าแข่ง
- ‘สุเทพ’ ขึ้นเวทีอุดรฯ หนุนพรรครวมพลัง เศร้าใจ ส.ส.ยุคนี้รับกล้วยแลกโหวต สภาล่มบ่อยมาก

