น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มองว่าช่วงนี้การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์) และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(รีท) มีความน่าสนใจ เนื่องจาก ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่การจ่ายเงินปันผลของกองทุนอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ามีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กลุ่มตลาดอาคารสำนักงานที่อัตราค่าเช่าเฉลี่ยของตลาดอาคารสำนักงานยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะพื้นที่สำนักงานและพื้นที่ที่กำหนดแล้วเสร็จในปี 2559-2560 มีไม่มากขณะที่ความต้องการเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยในระดับ 10% ต่อปี ในอีก 3 ปีข้างหน้า ส่งผลดีต่อกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับโรงแรม สนามบิน และระบบขนส่งมวลชน และนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ของภาครัฐที่สนับสนุนให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ จะส่งผลดีต่อความต้องการโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า
ทั้งนี้ ปัจจุบันในตลาดหุ้นไทยมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 51 กองทุน และหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(รีท) 10 กองทุน มูลค่าตลาดรวม 417,853 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.8% ของดัชนีหุ้นไทย โดยล่าสุดบริษัทได้เสนอขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี สมาร์ท พร็อพเพอร์ตี้ ทริกเกอร์ ซีรี่ส์ 3 หรือ กองทุนเปิด M-PROPS3 ซึ่งตั้งเป้าหมายเพื่อเลิกกองทุนไม่น้อยกว่า 5% ภายใน 5 เดือน มีนโยบายลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพียงหมวดเดียวโดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน โดยสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือรีท ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน และหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์

