‘จุรินทร์’ ถึงดูไบ พบปะผู้ลงทุนไทย ประกาศเพิ่มรายได้เข้าประเทศปี 66 อีก 3 หมื่นล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำคณะภาครัฐและภาคเอกชนไทย เดินทางถึงเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) เป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธุ์ โดยเมื่อเดินทางถึงวันแรก ได้การประชุมร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประมาณ 15 ราย เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทย–สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากนั้นไปเปิดโครงการไทยซุค (Thai Souq) ที่เป็นแหล่งรวมและกระจายสินค้าและบริการของไทยในดูไบ บนเกาะเดียร่า พร้อมดันเอสเอ็มอีไทยมาเปิดตลาดยูเออี
โดยวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายจุรินทร์ มีกำหนดการประชุมกับ ดร.ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี (H.E. Dr. Thani Bin Ahmed Al Zeyoudi) รัฐมนตรีแห่งรัฐประจำกระทรวงเศรษฐกิจสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งรับผิดชอบและเป็นคนสำคัญในการตัดสินใจเรื่องการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อหารือการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement : CEPA) ระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หากประสบความสำเร็จจะเกิดมูลค่าการค้าเพิ่มอีก 30,000 ล้านบาท ภายใน 1 ปี และนายจุรินทร์ยังเป็นสักขีพยานลงนาม MOU ระหว่างบริษัท DP World ที่เป็นบริษัทบริหารท่าเรือและธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจรระดับโลก กับสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อขยายการส่งออกและกระจายสินค้าไทยเชื่อมโยงการขนส่งกับท่าเรือทั่วโลก 78 ท่าเรือและสนามบินทั่วโลก 240 สนามบิน
นายจุรินทร์ กล่าวระหว่างประชุมร่วมกับภาคเอกชน ว่า จากประเมินว่าเศรษฐกิจโลก ปีนี้จะชะลอตัว ซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกซึ่งภาคเอกชนผ่าน กกร. ประเมินว่าส่งออกไทยโตแค่ 1-2% จากปีก่อน 5.5% จึงต้องเร่งแก้ปัญหาและออกมาตรการเชิงรุกมากขึ้นในตลาดโตได้ดี โดยเฉพาะ 3 ตลาด คือ ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และซีแอลเอ็มวี

