ฝนหลวงได้ผล ‘ดับไฟ’ ภาคเหนือหลายจุด ทัวร์จีนไม่แผ่ว แปลกใจ ‘นทท.เกาหลี’ เที่ยวพุ่ง
ปฏิบัติการฝนหลวงได้ผล ฝนตกในพื้นที่ไฟไหม้หลายจุด นนท.จีน-เกาหลีไม่แผ่ว ยกเว้นไทยซาลง
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่วันนี้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะสามารถมองเห็นพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารได้อย่างชัดเจนหลังจากขมุกขมัวมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีกระแสลมหนาวพัดเข้ามาอีกระลอกทำให้พัดพาฝุ่นละอองแลหมอกควันที่ปกคลุมจางหายไปอากาศดีขึ้นอย่างมาก อุณหภูมิลดต่ำลงเหลือ 15-25 องศาเซลเซียสตลอดทั้งวัน
อย่างไรก็ตามศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ รายงานพบจุดความร้อน หรือ Hotspot จำนวน 67 จุด โดยเกิดในชุมชนและอื่นๆ อ.ฮอด 1 จุด ในป่าสงวนแห่งชาติ อ.กัลยาณิวัฒนา 1 จุด จอมทอง 4 จุด ไชยปราการ 2 จุด ดอยเต่า 1 จุด แม่แจ่ม 2 จุด แม่แตง 2 จุด
สันทราย 1 จุด ดอยสะเก็ด 5 จุด แม่ออน 1 จุด สันป่าตอง 1 จุด ในเขตป่าอนุรักษ์ อ.จอมทอง 17 จุด เชียงดาว 2 จุด ไชยปราการ 2 จุด ดอยเต่า 1 จุด ฝาง 2 จุด พร้าว 2 จุด แม่แจ่ม 1 จุด แม่วาง 1 จุด เวียงแหง 2 จุด สันทราย 1 จุด ฮอด 14 จุด พื้นที่เกษตร อ.จอมทอง 1 จุด รวมสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึงปัจจุบัน ทั้งหมดจำนวน 626 จุด
ทาง ด้านสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) สรุปสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่รับผิดชอบว่า พบค่า PM 2.5 มีค่าระหว่าง 14-130 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ พบจุด Hotspot เกิดขึ้นจำนวน 211 จุด (เชียงราย 91 จุด เชียงใหม่ 58 จุด แม่ฮ่องสอน 47 จุด และลำพูน 15 จุด) คาดการณ์การสะสมของฝุ่นละอองวันพรุ่งนี้ คุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง
ในส่วนของสภาลมหายใจเชียงใหม่รายงานการศึกษาแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาระบบการตัดสินใจการจัดการไฟในที่โล่ง ด้วยระบบ Fire D ระดับจังหวัดและท้องถิ่น พบว่า การจัดการป่าเต็งรัง เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องเรียนรู้ร่วมกัน แต่คำถามคือ จัดการแบบไหน จัดการเมื่อไร จัดการอย่างไร ใครจัดการ และยังพบว่าถ้าเชื้อเพลิงสะสมเกินสองปีจะมีปริมาณมหาศาลมาก แต่ถ้าเราปล่อยเว้นปีแล้วมาบริหารจัดการไฟ มันจะเกิดควันมหาศาล แต่พอมาเห็นความจริงจะเข้าใจแล้วว่าเหตุผลของเขาเป้าหมายของเขาเจตนารมณ์ของชาวบ้านก็คือการลดปริมาณฝุ่นควัน
ข้อมูลการบริหารจัดการไฟของชุมชนเหล่านี้ คือมาจากองค์ความรู้การจัดการป่าเต็งรัง นี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องศึกษาเรียนรู้ ถ้าไม่เผาเลย ผ่านไปสี่ห้าปีจะเกิดโรคกับแมลงเกิดเชื้อราเกิดปัญหากับโครงสร้างป่า เพราะฉะนั้นมีเหตุผลทางนิเวศและเหตุผลกระทบเรื่องฝุ่นควันที่เราจะต้องเข้าใจร่วมกันแล้วมาเรียนรู้สถานที่จริง
“โดยชาวบ้านระบุว่า การลดเชื้อเพลิง หรือการชิงเผา ยังจำเป็น เนื่องจากหากปล่อยให้มีการสะสมเชื้อเพลิงเป็นปริมาณมากๆ แล้วชาวบ้านไม่สามารถที่จะควบคุมการเผาได้ 100% วันหนึ่งไฟไหม้ แล้วสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น ทำให้พื้นที่ป่าเหล่านั้นเสียหาย แต่หากมีการลดเชื้อเพลิงเป็นประจำทุกปี จะทำให้พื้นที่ป่านั้นได้รับการปกป้องและดูแล แต่ตามหลักวิชาการ การดูแลป่าผลัดใบ ทั้งป่าเต็งรังหรือป่าเบญจพรรณ เรื่องของการชิงเผาก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เป็นการดูแลพื้นที่ป่า
แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันค่า PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน จึงต้องขอให้ชาวบ้านยุติ เพราะจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ ซึ่งชาวบ้านเองก็เข้าใจว่าในปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมของเชียงใหม่หรือภาคเหนือ สถานการณ์ฝุ่นควันเริ่มมีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ชาวบ้านจึงยุติในเรื่องของการลดเชื้อเพลิงหรือชิงเผาจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่ชาวบ้านก็ยังยืนยันว่าการชิงเผาจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ลดความรุนแรงของไฟป่า”
ส่วน นายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผูผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยว่า จาการบินปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 4 วัน รวม 10 เที่ยวบิน ในพื้นที่เป้าหมาย 1.พื้นที่ป่าไม้ ดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 2.พื้นที่ป่าไม้ เขาพระบาท อ.เมืองปาน จ.ลำปาง 3.พื้นที่ป่าไม้ ดอยจระเข้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย 4.พื้นที่ป่าไม้บริเวณรอยต่อ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ กับ อ.สามเงา จ.ตาก 5.พื้นที่ป่าไม้บริเวณรอยต่อ อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน กับ อ.เสริมงาม จ.ลำปาง และ6.พื้นที่ป่าไม้บริเวณ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา
ผลการปฏิบัติพบว่า มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง อ.อมก๋อย อ. ฮอด จ.เชียงใหม่ อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน อ.เสริมงาม จ.ลำปาง และ อ.สามเงา จ.ตาก
น.ส.วารุณี คำเมรุ อุปนายกสมาคมสหพันธ์การท่องเที่ยวภาคเหนือ และผู้จัดการโรงแรมดวงตะวัน เชียงใหม่ กล่าวว่า ยังไม่มีการยกเลิกห้องพักจากนักท่องเที่ยวเลย โดยในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวจีนดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจองผ่านระบบออนไลน์ มากันเองเป็นกลุ่มเล็กๆ เพราะเคยมาแล้ว ส่วนที่ผ่านบริษัทนำเที่ยวก็จะไม่ใหญ่มากประมาณ 8-15 คน ใช้รถตู้ 2 คัน กลุ่มที่มาแบบคาราวานจากคุนหมิงผ่านเส้นทาง R3A ผ่านลาวเข้ามาแล้วแต่เป็นกลุ่มเล็ก 5-6 คัน ไม่ใช่ 100 คันแบบอดีต
ส่วนเกาหลีก็มากขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ ล่าสุดจากแผนเดิมที่สายการบินจะหยุดบินในเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่กลับประกาศบินต่อยาวไปถึงเดือนตุลาคม ทั้งจากอินชอนและปูซาน เรียกว่าดีวันดีคืน ขณะนี้ยอดเข้าพักคือ 80-90% รวมทั้งกลุ่มประชุมและสัมมนา
“แต่ในช่วงวาเลนไทน์ของตลาดไทยไม่ค่อยคึกคัก มียอกจองถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น เรียกว่า ซาลง ก็หวังว่าฝนจะตกตามที่มีการพยากรณ์อากาศเอาไว้ ฝุ่นควันจะได้หายไป แต่ก็โชคดีที่วันนี้ฟ้าเริ่มใส มีลมพัดแรงฝุ่นเลยหายไป”

