ก.แรงงานห่วง‘ผีน้อย’
วอนกลับไทย-งานรออื้อ
เหลืออีก 20 กว่าวันจะถึงเดดไลน์ 28 กุมภาพันธ์ ที่ทางการเกาหลีใต้ เปิดให้ผู้ที่อาศัยอยู่แบบผิดกฎหมาย มารายงานตัวเดินทางออกนอกประเทศโดยสมัครใจแบบพิเศษ (Special Voluntary Departure Program) โดยเฉพาะแรงงานไทยผิดกฎหมายที่ลับลอบเข้าไปทำงาน หรือ “กลุ่มผีน้อย”
ผู้ที่มารายงานตัวจะได้รับการยกเว้นค่าปรับ และระงับการห้ามเดินทางเข้าเกาหลีใต้ โดยอาจเดินทางกลับเข้ามาได้อีก
แต่หากไม่มารายงานตัวในช่วงเวลาที่กำหนด จะต้องจ่ายค่าปรับ 30 ล้านวอน หรือราว 8 แสนกว่าบาท
ตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อช่วงปลายปี 2565 มีคนไทยมารายงานตัวแล้วกว่า 2,601 คน
“สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงใยคนไทยที่ลักลอบทำงานในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมายจะเดือดร้อน จึงขอให้ไปรายงานตัวเดินทางกลับประเทศไทย เพราะขณะนี้รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีนโยบายฟื้นฟูประเทศอย่างเร่งด่วนหลังโควิดคลี่คลาย ทำให้ภาคการท่องเที่ยวขยายตัว ภาคธุรกิจเดินหน้า เศรษฐกิจบ้านเรามีแนวโน้มที่ดีขึ้น สถานประกอบการมีความต้องการแรงงานและพร้อมที่จะจ่ายค่าตอบแทนในราคาสูง โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว และบริการ
“ดังนั้น ไม่ต้องกังวลว่ากลับมาแล้วจะไม่มีงานทำ ทุกคนสามารถทำงานใกล้ครอบครัว ถูกกฎหมาย และมีรายได้ที่เหมาะสม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานการันตี
จากข้อมูลของ “ไพโรจน์ โชติกเสถียร” อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) ระบุว่า ตัวเลขผีน้อยที่แสดงตัวขอกลับประเทศไทย ถือว่ายังเป็นส่วนน้อย เพราะคาดว่ามีผีน้อยอยู่ในเกาหลีใต้ประมาณ 1.4-1.5 แสนคน
“ส่วนใหญ่ลักลอบทำงานในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง ร้านอาหาร เนื่องจากเกาหลีใต้ให้ค่าตอบแทนที่สูง ประมาณเดือนละ 50,000-60,000 บาท ทำให้คนที่คิดจะไปทำงานสามารถหาเงินส่งกลับมาเลี้ยงครอบครัวได้ หลายคนไม่ยอมกลับ เพราะอยากได้ค่าจ้างที่สูง อยากทำงานจนกว่าจะได้ค่าตอบแทนให้คุ้มกับการลงทุนที่เสียไป บางรายได้ขอแลกเปลี่ยนจากนายจ้างที่พยายามดึงรั้งให้ลูกจ้างอยู่ต่อ เพราะจ่ายถูกกว่าแรงงานที่ไปแบบถูกกฎหมาย” อธิบดี กกจ.ระบุ
นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ที่เกาหลีใต้ได้ผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มการเดินทางจากโควิด-19 ทำให้การเดินทางของชาวต่างชาติเข้ามายังเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับคนไทยที่เดินทางไปเกาหลีใต้ นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2565 จาก 1.81 แสนคน ในเดือนมิถุนายน เป็น 1.91 แสนคน ในเดือนพฤศจิกายน และ 2.01 แสนคนในเดือนธันวาคม
ขณะที่จำนวนคนไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน จาก 1.39 แสนคน ในเดือนมิถุนายน-กันยายน เป็น 1.45 แสนคน ในเดือนตุลาคม และ 1.47 แสนคน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม
ผลกระทบของการที่มีชาวไทยเข้ามาพำนักในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมายมากขึ้น ทำให้ทางการเกาหลีใต้ โดยเฉพาะหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ของเกาหลีใต้เพ่งเล็งชาวไทยที่เดินทางเข้าไปยังเกาหลีใต้มากขึ้นและเข้มงวดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวไทย ผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมเยียนญาติมิตร หรือแม้แต่คณะที่เดินทางมาเยือน
นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นมา ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราผู้ถือหนังสือเดินทางไทย-เกาหลีใต้ เริ่มมีผลบังคับใช้อีกครั้งหนึ่งหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด โดยเกาหลีใต้กำหนดให้คนไทย และชาติอื่นๆ ที่มีความตกลงนี้ต้องขอ K-ETA ที่มีลักษณะคล้ายวีซ่า เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกลั่นกรองไม่ให้มีผีน้อยเข้ามายังเกาหลีใต้ เป็นเหตุให้คนไทยส่วนหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าอาจลักลอบเข้ามาเป็น
ผีน้อยในเกาหลีใต้ไม่ได้รับอนุมัติ K-ETA
ขณะที่คนไทยบางส่วนที่ได้ K-ETA ก่อนเดินทาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ปฏิเสธการเข้าเมือง และถูกส่งตัวกลับไทยในเที่ยวบินถัดไปที่เป็นไปได้ทันที หากเห็นว่ามีสัญญาณของการจะมาลักลอบทำงานผิดกฎหมาย
ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ มีคนไทยที่ตั้งใจมาทำงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้จริงและมีจำนวนมาก ก่อนหน้านี้เมื่อเกาหลีใต้เปิดประเทศใหม่ๆ ก็เคยมีข่าวว่าเที่ยวบินจากไทยที่มาลงยังเกาะเชจูที่มีคนไทยมาราว 280 คน เมื่อมาถึงวันแรกก็หายตัวไปจากกำหนดการท่องเที่ยวกว่า 50 คน และแม้แต่หลังจากที่ทางการเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 ให้คนไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมายให้รีบมารายงานตัวกลับไทยโดยสมัครใจ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ก็ยังมีนักท่องเที่ยวไทย 23 คน ใน 2 เที่ยวบิน ที่ขาดการติดต่อหลังเดินทางเข้าเกาหลีใต้ทางสนามบินนานาชาติมูอัน จ.ชอลลาใต้ โดยหนึ่งในเที่ยวบินที่เช่าเหมาลำจากไทยดังกล่าวถือเป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากต่างประเทศเที่ยวบินแรกที่เดินทางมาถึงสนามบินแห่งนี้ที่เพิ่งเปิดทำการอีกครั้งได้ไม่นานอีกด้วยหน่วยงานรัฐของไทยที่เกี่ยวข้อง เตือนคนไทยที่เข้ามาทำงานผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ว่า แม้ดูเหมือนรายได้จะดีกว่าในไทย แต่การลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายทำให้ไม่ได้สิทธิประกันสุขภาพ มีหลายกรณีที่ทำงานจนสุขภาพเสื่อมโทรม หรือเจ็บป่วยจนสุขภาพพัง เงินเก็บที่ได้มาจากการทำงานก็ยังไม่พอใช้รักษา จนต้องส่งตัวกลับประเทศไทย ขณะที่ญาติก็ต้องมาทำเรื่องกู้เงินให้ และกลายเป็นภาระของญาติพี่น้องที่ต้องใช้หนี้และดูแลผู้ป่วยไปในระยะยาว
ด้าน “ดนย์ ทาเจริญศักดิ์” ผู้จัดการโครงการมูลนิธิศักยภาพชุมชน อดีตนักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยแห่งชาติชอนนัม เกาหลีใต้ เจ้าของวิทยานิพนธ์เรื่อง แรงงานผีน้อยไทยในเกาหลี เผยว่า จำนวนของแรงงานไทยที่ไปทำงานที่ประเทศเกาหลีแบบผิดกฎหมาย หรือที่เรียกว่า ผีน้อย พบว่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการทำข้อมูลพบว่า ก่อนปี 2014 มีอยู่ประมาณ 40,000-50,000 คน แต่หลังจากปี 2014 พบว่าจำนวนแรงงานดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 150,000 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาทของไวรัสโควิด-19 จำนวนแรงงานดังกล่าวจึงเริ่มลดลงหรือทรงตัว อยู่ที่ประมาณ 140,000-150,000 คน เพราะการเดินทางเข้าออกประเทศทำได้ยาก
ซึ่งหากเรามองในภาพกว้างของบริบทโลก จะเห็นว่า การเข้าไปทำงานในประเทศปลายทางต่างๆ อย่างผิดกฎหมาย ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นและไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะประเทศเกาหลีเท่านั้น แต่ประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ไต้หวัน ก็มีสถานการณ์เดียวกัน ซึ่งเรื่องค่าแรงที่สูงถือเป็นปัจจัยหลักอยู่แล้วที่ทำให้คนอยากเข้าไปทำงานที่ประเทศเกาหลี แต่หากเรามองอีกมุมหนึ่งจะพบว่า มีอีกหลายประเทศที่ค่าแรงสูง แต่ทำไมคนถึงเลือกไปเกาหลี ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า ปัจจุบันประเทศเกาหลีเองก็ขาดแคลนแรงงานที่ต้องใช้แรงงาน เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่ที่เกาหลีเมื่อจบการศึกษาออกไปก็จะมุ่งการประกอบอาชีพในสายงานที่ไม่ต้องใช้แรงงานมากกว่า ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาพการเกษตรและอุตสาหกรรม
สาเหตุที่ทำให้คนที่ต้องการทำงานในประเทศเกาหลี เลือกใช้วิธีการไปแบบผิดกฎหมาย โดยไม่เข้าสู่ระบบของกรมการจัดหางานนั้นก็คือ ระยะเวลาและขั้นตอนที่ล่าช้า แต่ที่ตนเองมองว่า ปัจจัยที่สำคัญคือ “โควต้า” มากกว่า เพราะหลายปีก่อนประเทศไทยได้โควต้าเข้าไปทำงานที่เกาหลีแบบถูกกฎหมาย ประมาณ 20,000 คน ซึ่งเป็นงานที่ดีในระดับหนึ่ง แต่แรงงานผิดกฎหมายกลับอยู่ในระดับหลักแสนคน ซึ่งยังไม่รวมกับจำนวนคนที่อยากไปอีกจำนวนมาก
ขณะเดียวกันแรงงานที่ไปแบบถูกกฎหมายก็ไม่ได้รับการคุ้มครองที่ดีก็มี บางคนไปเจอนายจ้างไม่ดี ก็ดึงตัวเองออกมาจากงานตรงนั้น แล้วเลือกที่จะเป็นแรงงานแบบผีน้อย ในทางกลับกันคนที่ไปทำงานแบบผิดกฎหมายได้เจอนายจ้างที่ดูแลดีก็มี ซึ่งโครงการล่าสุดที่ทางเกาหลีเปิดให้เข้าโครงการกลับไทยโดยจะยกเว้นค่าปรับต่างๆ ให้ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาแรงงานผีน้อยได้หรือไม่นั้น มองว่า อาจจะแก้ไขได้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปดูว่า ที่ผ่านมาเกาหลีเองก็มี
นโยบายในลักษณะนี้มาโดยตลอด ซึ่งแรงงานไทยในเกาหลีเองก็มีการเรียนรู้และปรับตัวมาโดยตลอดเช่นกัน ซึ่งคิดว่าตัวแรงงานไทยในเกาหลีที่อยู่มานานก็จะมีการตัดสินใจว่า จะลองเสี่ยงหรือไม่ว่าระหว่างอยู่ต่อกับกลับมาประเทศไทยแบบไหนจะคุ้มกว่ากัน กลับมาไทยแล้วจะมีงานรองรับหรือไม่ แต่นโยบายนี้อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจของแรงงานผีน้อยที่เพิ่งเดินทางไปใหม่บ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล แต่หากให้ประเมินคิดว่า นโยบายนี้จะลดจำนวนแรงงานผีน้อยได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
“สำหรับแนวทางข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐไทย เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งอาจจะต้องไปแก้กฎหมายการเข้าประเทศใหม่ทั้งหมดหรือไม่ แต่ในมุมมองอยากให้เราย้อนมองกลับมาที่ปัญหาว่า เกิดจากอะไร ทำไมคนรู้ว่าไปแล้วผิดกฎหมาย แต่ก็ยังเลือกที่จะไป นั้นเพราะสภาพเศรษฐกิจและความยากจนในบ้านเราหรือไม่” นายดนย์สรุปทิ้งท้าย
