ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งทะยาน ดอลลาร์มะกันร่วง หลังนักลงทุนคลายกังวล เล็ง ‘เฟด’ อาจลดดอกเบี้ย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การซื้อขายหุ้นทั่วโลกสูงขึ้น ขณะที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ สวนทางกับภาวะตลาดหุ้นในวันก่อนหน้า เนื่องจากตลาดมองว่าความเห็นของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ภายหลังการที่เขาตอกย้ำว่าการรับมือกับอัตราเงินเฟ้อจำเป็นต้องใช้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกว่าเดิม รวมถึงเวลาที่มากขึ้นด้วย
พาวเวลล์กล่าวที่สมาคมเศรษฐกิจแห่งวอชิงตันว่า อัตราเงินเฟ้อได้ชะลอตัวแล้ว และคาดว่าจะลดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ ความเห็นดังกล่าวที่สะท้อนสิ่งที่เขาเคยกล่าวหลังการประชุมกำหนดนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมที่นักลงทุนในตลาดหลายคนคิดว่าประธานเฟดผู้นี้จะถอยห่างจากนโยบายที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้
ความเห็นของเขายังเป็นการให้ความหวังต่อนักลงทุนว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่รัดกุม แม้ว่าพาวเวลล์จะเน้นย้ำว่า การทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับไปสู่เป้าหมายของเฟดที่ 2% นั้นจะต้องอาศัยเวลาและมาตรการที่สร้างความเจ็บปวดต่อตลาด
“เขาเหมือนจะย้ำว่าในมุมมองของเขา อัตราดอกเบี้ยจะต้องสูงขึ้น” ริก เมิกเคลอร์ พาร์ตเนอร์ของบริษัทการลงทุนเชอร์รี เลน ในสหรัฐกล่าว และว่า “นี่เป็นสิ่งที่ผู้มีส่วนร่วมในตลาดหวาดกลัวที่สุด คือการที่เฟดมองไม่เห็นว่ามีความคืบหน้าในการต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อเกิดขึ้นจริงๆ ทั้งที่ได้มีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมา”
หุ้นฟิวเจอร์สแสดงให้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนของเฟดถึงจุดสูงสุดที่ 5.12% ในช่วงฤดูร้อนและลดลงเหลือ 4.785% ในเดือนธันวาคมตามความคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อเศรษฐกิจลดความร้อนแรงลง
ดัชนี MSCI ที่แสดงการดำเนินการของหุ้นใน 47 ประเทศ ปรับตัวสูงขึ้น 0.95% ขณะที่ในช่วงก่อนหน้า ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดตัวในแดนบวก 0.23% ที่ได้รับอานิสงส์รายงานผลประกอบการขาขึ้น
ขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตร ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเมื่ออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรระยะเวลา 2 ปี สูงกว่าพันธบัตรระยะยาว 10 ปี ยังคงอยู่ที่ -0.792%
ด้านตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวสูงขึ้น 0.78% ดัชนีหุ้น S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.29% เช่นเดียวกับดัชนี Nasdaq Composite ที่เพิ่มขึ้น 1.9%
ในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมาตรฐานพุ่งสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมันอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.361% เปรียบเทียบกับตัวเลขที่อยู่ต่ำกว่า 2% เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี อยู่ที่ 3.687%
ดัชนีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 0.21% จากระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่เงินเยนแข็งค่า 1.21% อยู่ที่ 131.08 ต่อดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังรายงานข้อมูลค่าจ้างของญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งผิดปกติ
ตลาดหุ้นเอเชียมีเสถียรภาพในช่วงข้ามคืน หลังประสบกับภาวะตลาดหุ้นติดตัวแดงอย่างหนักเช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆ หลังสหรัฐเผยแพร่รายงานด้านการจ้างงานของประเทศ ขณะที่ดัชนี MSCI ที่แสดงราคาหุ้นชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกภายนอกญี่ปุ่นปิดตัวสูงขึ้น 0.2%
ด้านราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันจากการคาดการณ์ในเชิงบวกว่าจะมีการฟื้นฟูของอุปสงค์จากจีน และข้อกังวลด้านอุปทานหลังการปิดตัวของสถานที่ส่งออกหลักๆ จากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี โดยราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น 3% หลังพาวเวลล์ผ่อนคลายข้อกังวลของตลาดในเรื่องอัตราดอกเบี้ย ขณะที่สถานการณ์อุปสงค์ที่ดีขึ้นของจีนกระตุ้นราคาน้ำมันให้สูงขึ้นเช่นกัน
สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น 3.03 ดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ 77.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือปรับตัวสูงขึ้น 2.70 ดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 83.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

