นายลิออร์ วินเด้นเฟลด์ กรรมการ บริษัท บาลีฮาย จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ วอเตอร์ฟรอนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่เมืองพัทยาได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ เนื่องจากมีหลายประเด็นด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผังเมือง คณะผู้บริหารโครงการได้เข้าพบปะหารือกับคณะเจ้าหน้าที่เมืองพัทยา รวมทั้งชุมชนเพื่อรับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และหาแนวทางแก้ไขอย่างใกล้ชิด โดยทางเมืองพัทยาได้แจ้งว่า โครงการนี้เป็นหน้าตาของเมืองพัทยา การพิจารณาต้องเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งหากมีการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามข้อกำหนด ทั้งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น ก็สามารถออกใบอนุญาตให้ทำการก่อสร้างต่อได้ โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดเกินกว่าที่ขออนุญาตไว้ ซึ่งต้องไปแก้ไข เพื่อตัดลดพื้นที่เพื่อให้ตรงต่อการขออนุญาตเดิมเป็นหลัก และในส่วนของที่จอดรถ ซึ่งต้องรองรับได้ตามกฎหมาย
“ในเรื่องนี้ทางผู้บริหารโครงการได้ตัดสินใจปรับปรุงแก้ไขโดยการตัดพื้นที่จำนวน 8 ชั้น ซึ่งเป็นส่วนที่แพงที่สุดของโครงการออก ซึ่งแม้จะทำให้โครงการต้องสูญเสียรายได้จำนวนมาก แต่คณะผู้บริหารของโครงการมีความตั้งใจจริงที่จะปรับปรุงแก้ไขและดำเนินการก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จลุล่วง ส่วนเรื่องที่จอดรถยนต์ภายในโครงการนั้น จะนำระบบจอดรถแบบไฮดรอลิกมาใช้ในชั้นใต้ดินที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในโครงการที่อยู่อาศัยระดับหรูมากมายหลายแห่ง ทำให้สามารถรองรับรถยนต์ได้รวม 150 คัน ในการตัดพื้นที่จาก 53 ชั้น เหลือ 45 ชั้นนั้น โครงการจะใช้เทคโนโยยีที่ทันสมัยในการตัด และลำเลียงวัสดุที่รื้อถอนลงสู่พื้นล่าง ตามที่กำหนดไว้ตามกฏหมาย โดยจะระมัดระวังไม่ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” นายวินเด้นเฟลด์กล่าว

