รฟท. แจงคลิป จนท.วิ่งบนรางตอนรถไฟเข้าสถานี ปฏิบัติถูกต้อง ‘มุมกล้องคลาดเคลื่อน’
จากกรณีคลิปว่อนติ๊กต็อกถึงเหตุการณ์ในสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ หรือสถานีกลางบางซื่อ ระหว่างที่ขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงกำลังวิ่งมาปรากฏว่า มีพนักงานของการรถไฟ ที่อยู่ในขบวนรถไฟธรรมดา ได้ลงมาจากรถไฟแบบไม่ได้มองด้านหลัง จนทำให้ขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ต้องบีบแตรเตือน พนักงานคนดังกล่าว จึงรีบเดินมาตามรางรถไฟ อยู่ด้านหน้าของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง แล้วก็ปีนขึ้นไปบนหัวรถจักรรถไฟธรรมดา ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
อ่าน : โซเชียลอึ้ง! พนักงานรถไฟลงรถไฟธรรมดา แบบกระชั้นชิด หน้าขบวนรถไฟฟ้าสีแดง จนต้องบีบแตรเตือน!
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งแสดงความเป็นห่วงเป็นใย ต่อกรณีพนักงานรถไฟเดินกีดขวางอยู่บนรางของขบวนรถชานเมืองสายสีแดงนั้น
จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าว พบว่า เป็นภาพของช่างเครื่องของฝ่ายการช่างกล ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ลากจูงขบวนรถโดยสารขึ้นบนสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์เพื่อทำขบวนไปยังปลายทาง โดยมีการลงจากหัวรถจักร เพื่อมาปลดขอพ่วงให้รถจักรสับเปลี่ยนออกจากตัวรถโดยสาร
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างถูกต้อง โดยมีการแจ้งขออนุญาตจากพนักงานควบคุมเส้นทางเพื่อลงบริเวณพื้นรางตามข้อบังคับระเบียบการเดินรถ และได้รับอนุญาตตามขั้นตอนหลักการเข้าเขตพื้นที่อันตราย
ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ในคลิปดังกล่าว ไม่ได้มีการเดินอยู่บนรางรถไฟสายชานเมืองสายสีแดงอย่างที่เข้าใจ โดยเป็นการเดินอยู่บนทางเดินระหว่างรางของขบวนรถทั้งสองขบวน แต่อาจเป็นเพราะมุมกล้อง ทำให้มุมมองในการเห็นมีความคาดเคลื่อนไปบ้าง
นอกจากนี้ ขบวนรถชานเมืองสายสีแดงดังกล่าว ก็ได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่มากนัก เนื่องจากอยู่ระหว่างการตั้งขบวนรถ เพื่อจอดรถให้หยุดในเขตดังกล่าว ไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพื่อออกจากชานชาลาแต่อย่างใด
ท้ายนี้ ยืนยันว่าทุกการปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการ การรถไฟฯ ได้ยึดหลักมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน ผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ พร้อมกับมีการซักซ้อมแผนป้องกันความเสี่ยงต่อบุคลากรอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเข้าใช้พื้นที่ร่วม ได้เน้นย้ำให้มีการติดต่อสื่อสารร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่

