ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค.66 ทำนิวไฮในรอบ 2 ปี ปชช.กล้าใช้จ่าย มองเห็นอนาคตเศรษฐกิจสดใส คาด นทท.จีนเข้าประเทศ 6-7 ล้านคน
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ละประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนมกราคม 2566 อยู่ที่ระดับ 51.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 49.7 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 นับตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2565 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี หรือ 26 เดือน นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปัจจุบันอยู่ที่ 36.3 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ที่อยู่ในระดับ 34.6 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 59.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ที่อยู่ในระดับ 56.9
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 46.0 เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่อยู่ในระดับ 43.9 ด้านดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม 49.0 เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่อยู่ในระดับ 47.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 60.2 เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่อยู่ในระดับ 58.1
“การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องทุกรายการ เป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคเริ่มมองเศรษฐกิจฟื้นตัวจากระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา และจะเริ่มจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมาก ตลอดจนดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต ผู้บริโภคก็มองว่าเศรษฐกิจข้างหน้ามีความสดใส เห็นจากการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคัก รวมทั้งเรื่องการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังจากที่จีนเปิดประเทศรวมถึงสถานการณ์โควิดในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายธนวรรธน์กล่าว
นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ปัจจัยบวก คือ เรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ที่มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 แก่ประชาชน เช่น มาตรการช้อปดีมีคืน มาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดี เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยเพิ่มกำลังซื้อในต่างจังหวัด นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงอย่างมากจากช่วงครึ่งปีแรกทำให้ประชาชนรู้สึกผ่อนคลายเรื่องค่าครองชีพลง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวดีขึ้นทุกรายการอย่างมีนัยสำคัญ
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าคนจีนจะเข้าไทยสูงถึง 6-7 ล้านคน มีเม็ดเงินเข้าไทยมากกว่า 3-3.5 แสนล้านบาท และเม็ดเงินจากการเลือกตั้งกว่า 50,000 ล้านบาทจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังเติบโต 3.5-4% หรืออาจจะมากกว่านี้ได้ แม้ภาคการส่งออกปี 2566 จะไม่ดีนัก แต่ภาพรวมส่งออกไทยยังโตได้ 1-2% และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะดีในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะทำให้ความเชื่อมั่นต่างๆ กลับมาดีขึ้นได้
นายธนวรรธน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่ยังทรงตัวสูงรวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ตลอดจนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่อาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

