หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘WHAUP’ ปักธง...

‘WHAUP’ ปักธง 5 ปีปั้นรายได้แตะ 2.7 หมื่นลบ. เร่งสยายปีกต่อยอดธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้า

9.02.23 | 16:39 น.

‘WHAUP’ ปักธง 5 ปีปั้นรายได้แตะ 2.7 หมื่นลบ. เร่งสยายปีกต่อยอดธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้า

นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (“WHAUP”) เปิดเผยว่า ปี 2566 บริษัทฯ วางแผนและทิศทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อเดินเกมรุกผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ สู่การเติบโตอย่างยั่นยืน โดยมุ่งเน้นต่อยอดธุรกิจทั้งภายใน และภายนอกนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ทั้งในประเทศและประเทศเวียดนาม เพื่อสร้างอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติรวม 5 ปี (2566 – 2570) ที่ 27,000 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งงบลงทุนภายใน 5 ปี ไว้ที่ 18,500 ล้านบาท และยังคงรักษาอัตรากำไร EBITDA ที่ระดับไม่น้อยกว่า 50% ผ่านแผนยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ความสำเร็จในปี 2565 ที่ผ่านมา ได้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ และศักยภาพการเป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน ที่มียอดการจำหน่ายน้ำและบริหารน้ำรวมถึง 145 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมจำนวน 683  เมกะวัตต์ โดยได้มีการเซ็นสัญญากับบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) เพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่จอดรถ  (Solar Carpark) ขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 7.7 เมกะวัตต์ บนพื้นที่รวม 32,200 ตารางเมตร ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 ซึ่งถือเป็นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่จอดรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ปี 2566 ธุรกิจสาธารณูปโภค บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันให้มากขึ้น โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม และได้มีการตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำทั้งหมดที่ระดับ 168 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจาก 145 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2565 แบ่งเป็นการเติบโตของยอดจำหน่ายน้ำและบริหารจัดการน้ำภายในประเทศที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 135 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2566 ภายใต้ปัจจัยขับเคลื่อนจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้น้ำของลูกค้า ทั้งจากลูกค้าเดิม และลูกค้าใหม่ที่ได้มีการเซ็นสัญญาซื้อขายน้ำในปี 2565 คิดเป็นปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 15 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ส่วนการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคในประเทศเวียดนาม ซึ่งให้บริการอยู่ 3 โครงการ คาดว่า มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ายอดจำหน่ายน้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 33 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2566 เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นผลมาจากการขยายฐานลูกค้า และพื้นที่ให้บริการน้ำประปาที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ธุรกิจด้านพลังงาน บริษัทวางกลยุทธ์โดยการมุ่งขยายธุรกิจ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม พร้อมทั้งสำรวจหาตลาดใหม่ในประเทศอื่นๆ ภายใต้แผนการขับเคลื่อนในการนำนวัตกรรมและความยั่งยืนมาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งเน้นหาโอกาสใหม่ๆ กับธุรกิจ New S-Curve อาทิ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) พลังงานไฮโดรเจน และการซื้อขายคาร์บอน

“บริษัทมีความมุ่งมั่นแสวงหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานในรูปแบบต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อต่อยอดการเติบโตและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยเน้นการใช้นวัตกรรมโซลูชั่นควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างยั่งยืน และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 (Net Zero Greenhouse Gas Emissions by 2050)” นายสมเกียรติ กล่าว

Advertisement