อั้นไม่ไหว! ‘ยำยำช้างน้อย’ ขึ้นราคาเป็นซองละ 3.30 บาท ‘ลีโอกระป๋อง’ จ่อขยับด้วย

อั้นไม่ไหว! บะหมี่ในตำนาน ‘ยำยำช้างน้อย’ ขึ้นราคาเป็นซองละ 3.30 บาท ส่วน ‘ลีโอกระป๋อง’ จ่อขยับด้วย

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ แหล่งข่าวจากร้านค้าปลีกค้าส่งแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีผู้ผลิตสินค้าทยอยแจ้งปรับราคาสินค้า ส่วนใหญ่เป็นการขึ้นราคาต้นทุนและถอดส่วนลดออก มีบางรายยังไม่ขึ้นราคาขายปลีก แต่จะทำให้ร้านค้าปลีกค้าส่งมีกำไรจากการขายน้อยลง

ส่วนสินค้าที่แจ้งขึ้นราคาขายปลีกล่าสุด เช่น ยำยำช้างน้อย สินค้าล็อตใหม่ที่ออกสู่ตลาดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ปรับราคาขายปลีกขึ้นเล็กน้อย และไม่มีการติดป้ายราคาไว้หน้าซอง จากเดิมราคาอยู่ที่ซองละ 3 บาท ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าร้านค้าสามารถขายในราคา 4 บาทต่อซองได้ อย่างไรก็ตามบริษัทขอให้ร้านค้าขายในราคา 3 ซอง 10 บาท

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิตผ้าอ้อมเด็กยี่ห้อหนึ่ง แจ้งจะขึ้นราคาในเดือนมีนาคมนี้ แต่ยังไม่บอกจะขึ้นเท่าไหร่ และยังได้รับแจ้งจากพนักงานขายของบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตเบียร์ลีโอ จะปรับราคาขายเบียร์ลีโอแบบกระป๋องทุกขนาด เนื่องจากต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าจะปรับเท่ากับราคาเบียร์ลีโอขวดใหญ่และขวดเล็กที่ปรับขึ้น 1 บาทต่อขวด เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566

“ช่วงนี้บรรยากาศค้าขายฝืดมาก ยอดขายหายไปวันละเกือบ 50% แม้แต่เทศกาลวันวาเลนไทน์ที่ใกล้จะมาถึง ยังเงียบ ทุกปีจะมีร้านอาหารที่เป็นลูกค้าประจำสั่งซื้อเหล้า เบียร์ ปีนี้ไม่มีออเดอร์เลย คาดว่าบรรยากาศจะเงียบไปถึงสงกรานต์ คงมีแต่พื้นที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดูคึกคัก เพราะมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้ามา ”แหล่งข่าวกล่าว

Advertisement

นายกิติพศ ชาญถาวรกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท วันไทย อุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ “ยำยำ” กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 บริษัทได้ปรับราคาขาย”ยำยำ ช้างน้อย”อีกซองละ 30 สตางค์ จากซองละ 3 บาท เป็นซองละ 3.30 บาท หลังไม่ได้ปรับราคามากว่า 10 ปี เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแป้งสาลีและน้ำมันปาล์ม อีกทั้งยังมีต้นทุนค่าพลังงาน ค่าขนส่งและอื่นๆอีก ขณะที่สงครามรัสเซียกับยูเครนยังไม่มีทีท่าจะยุติ จึงทำให้ต้นทุนยังคงผันผวน

“เรายื่นขอกรมการค้าภายใน ปรับราคาขึ้นซองละ 1 บาท แต่ได้รับอนุมัติให้ขึ้นได้ 30 สตางค์ต่อซอง ซึ่งคงไม่ส่งผลต่อตลาดมากนัก เพราะเป็นสินค้าที่เราผลิตไม่มาก ไม่ใช่สินค้าหลัก ทำเพื่อรองรับตลาดกลุ่มเด็กๆ นอกจากนี้เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เราได้ออกสินค้าตัวใหม่เจาะตลาดพรีเมียม เป็นยำยำพลัส จำหน่ายในราคาซองละ 11 บาท เป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าเพิ่ม”นายกิติพศกล่าว

 

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image