“อาคม” เผยสถิติคดีโดนหลอกลวง วันละ 800 ราย ธปท.-ดีอีเอส หารือแนวทางป้องกันแล้ว ย้ำอย่าหลงเชื่อ สายแอบอ้างเป็นกรมภาษี กรุงไทย ยัน ระบบความปลอดภัยมาตรฐานโลก
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พบสถิติจำนวนบัญชีที่ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงอยู่ในคดี เฉลี่ยถึงวันละ 800 ราย กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และดีอีเอส ก็ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางป้องกันมิจฉาชีพดูดเงินในบัญชีธนาคาร
นายอาคม กล่าวว่า โดยธปท.จะมีความเข้มงวดมากขึ้น ในระบบสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน การเปิดบัญชี และการตรวจสอบข้อมูลระหว่างการโอนเงินจากบัญชีหนึ่งไปอีกบัญชีหนึ่ง ส่วนสถาบันการเงินของรัฐ ได้สั่งการให้เข้มงวด และมีการประชาสัมพันธ์ให้มาก
“เรื่องนี้ไม่สามารถทำอะไรก่อนได้ เนื่องจากผู้เป็นเจ้าของบัญชีจะต้องมีความระวังให้มากที่สุด โดยอย่าหลงเชื่อข้อความใดๆ แม้กระทั่งโทรศัพท์ที่มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา และพยายามขู่เข็นให้ท่านต้องเร่งทำธุรกรรม เป็นต้น ส่วนผู้ที่โดนมิจฉาชีพหลอกลวง ขั้นตอนแรกจะต้องไปดำเนินการแจ้งความก่อน เพื่อดำเนินการให้มีหลักฐาน และประสานกับทางธนาคารเจ้าของบัญชี” นายอาคม กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเองก็โดนมิจฉาชีพใช้ชื่อแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ทั้งกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร โดยยืนยันว่าทุกกรมภาษี ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่โทรหาประชาชน และผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษี ฉะนั้น ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอให้ตรวจสอบข้อมูลจากทางเบอร์ติดต่อของหน่วยงาน และขอความร่วมมือประชาชน อย่าหลงเชื่อ ขอให้ตรวจสอบจากทางเบอร์ติดต่อของกรมต่างๆ ก่อน
นายอาคม กล่าวต่อว่า ความร่วมมือการให้บริการรับชำระเงินสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง ซึ่งในปัจจุบันก็มีผู้ใช้ในแอพพ์ เป๋าตังอยู่แล้วกว่า 40 ล้านคน และมความมั่งคง ปลอดภัยสูง ดังนั้น กอช.จึง ใช้ช่องทางนี้ ในส่งเสริมให้สมาชิก กอช. ได้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และจูงใจให้ประชาชน แรงงงานนอกระบบเข้ามาเป็นสมาชิกมากขึ้น
ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า สำหรับ โมบายแบงกิ้ง ของ กรุงไทย รวมถึง แอพพลิเคชัน เป๋าตัง ใช้มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด ยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานโลก ทั้งนี้ ขอเพิ่มความรู้ความเข้าใจว่า ธนาคารมีการกดยินยอม ส่งชื่อผู้ใช้ และ รหัสผ่าน ของลูกค้าและประชาชน ดังนั้น ขอให้ระมัดระวังอย่างมาก
นายผยง กล่าวว่า ขณะที่ มีมิจฉาชีพ กรณีการโจรกรรมเกิดขึ้นรายวัน นั้น กระทบกับกับความเชื่อมั่นของธุรกิจทางการเงินอยู่แล้ว เริ่มตั้งแต่การใช้การใช้อินเทอร์เน็ต การใช้ระบบสื่อสาร ดังนั้น ขั้นสุดท้ายคือยับยั้ง แต่ด้วยระบบปัจจุบันที่มีการทำธุรกรรมข้ามธนาคาร ซึ่งกฎหมายเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ทำให้ไม่สามารถยับยั้งได้เร็วอย่างที่ควร
ขณะนี้ เข้าใจว่า ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้กำลัง ออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉบับใหม่มาเร็วๆนี้ ทำให้ก้าวผ่านข้อจำกัด และทำให้สามารถเข้าไปดูข้อมูลที่เสี่ยงเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามธนาคาร เพื่อให้ธนาคารต่างๆ ดำเนินการป้องกันได้ทันที

