หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทเปิด 3...

เงินบาทเปิด 33.79 ‘แข็งค่า’ คาดผันผวนหนักช่วงรับรู้รายงานเงินเฟ้อสหรัฐ

14.02.23 | 08:52 น.
แฟ้มภาพ

เงินบาทเปิด 33.79 ‘แข็งค่า’ คาดผันผวนหนักช่วงรับรู้รายงานเงินเฟ้อสหรัฐ

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.79 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 33.87 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.55-33.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายพูนกล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มค่าเงินบาท มองว่าการย่อตัวลงของเงินเหรียญสหรัฐก็พอช่วยหนุนให้เงินบาทสามารถเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่าขึ้นมาได้บ้าง อย่างไรก็ดี ประเมินว่าควรระวังความผันผวนในตลาดการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดทยอยรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐ ในเดือนมกราคม

ทั้งนี้ ประเมินว่าเงินบาทอาจมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง ตามบรรยากาศของตลาดการเงินที่พลิกกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) อีกทั้งในช่วงแรกราว 14.00 น. จนถึง 17.00 น. รายงานข้อมูลเศรษฐกิจของอังกฤษและยูโรโซนก็อาจออกมาสดใสและช่วยหนุนให้เงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์ (GBP) แข็งค่าขึ้นได้บ้าง หรืออย่างน้อยแกว่งตัวแคบ ซึ่งก็อาจพอช่วยหนุนเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าไปมากได้

นอกจากนี้ ประเมินว่าผู้เล่นในตลาดจะยังไม่รีบปรับสถานะการถือครอง ก่อนจะรับรู้รายงานข้อมูลเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐ ทำให้ความเคลื่อนไหวในตลาดการเงินจะกลับมาผันผวนสูงในช่วงราว 20.30 น. ที่ตลาดจะทยอยรับรู้ข้อมูลดังกล่าว หากตลาดจะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้ อาจต้องเห็นอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นไม่ถึง 0.3% พร้อมกับสัญญาณการชะลอตัวลงของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในส่วนภาคการบริการที่พักอาศัย กรณีนี้เงินเหรียญสหรัฐมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อเนื่อง

และอาจเห็นเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับแรกแถว 33.50-33.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ อย่างไรก็ดี หากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.4% ตามที่ตลาดประเมินไว้ หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในส่วนภาคการบริการที่ไม่รวมที่พักอาศัย กลับไม่ได้ส่งสัญญาณชะลอลง มองว่าตลาดอาจพลิกกลับมาปิดรับความเสี่ยง จากความกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้เงินเหรียญสหรัฐอาจแข็งค่าขึ้นต่อ และเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบระดับ 34.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้

Advertisement

นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ไฮไลต์สำคัญที่ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามคือ รายงานอัตราเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐในเดือนมกราคม โดยควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐ โดยเฉพาะในกรณีอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ยังคงขยายตัวไม่น้อยกว่า 0.4% จากเดือนก่อนหน้า (คิดเป็นระดับ 6.4% และ 5.6% เมื่อเทียบจากปีก่อน ตามลำดับ) ตามที่บรรดานักวิเคราะห์ประเมินไว้ สะท้อนว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐแม้จะชะลอตัวลง แต่ก็อาจไม่ได้ชะลอเร็วนัก

โดยเฉพาะหากตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งและตึงตัว หนุนให้อัตราเงินเฟ้อในส่วนภาคการบริการ (Core Services ex. Shelter) ชะลอตัวช้า กรณีนี้ผู้เล่นในตลาดอาจกลับมากังวลแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และอาจเริ่มมองว่ามีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง จนแตะระดับสูงสุดที่มากกว่าระดับ 5.25%-5.50% ซึ่งตลาดมองไว้ล่าสุด)

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อและการปรับนโยบายการเงินเฟด หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงที่ผ่านมานั้นทยอยออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาด รวมถึงนักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจไม่ได้ชะลอตัวลงหนัก จนเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในปีนี้