สยามพารากอนทรานส์ฟอร์ม ทุ่มทุน 3,000 ล้านบาท ยกระดับแลนด์มาร์กระดับโลก สู่โลกแห่งอนาคต
- สยามพารากอน เดินหน้าทรานส์ฟอร์ม โครงการแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางมหานครกรุงเทพฯ สู่การกำหนดนิยามใหม่ของที่สุดแห่งความล้ำเลิศที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติ
- เนรมิตแพลตฟอร์มต้นแบบใหม่ครั้งแรกของโลก (Global Prototype) ที่จะเป็นเวทีให้ผู้ที่เป็นสุดยอดฝีมือในทุกๆ ด้านมาร่วม Co-create เพื่อสร้างผลงานและเติมเต็มยกระดับชีวิตของผู้คนให้ได้รับประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย
- เชื่อมต่อแพลตฟอร์มทั้งบนพื้นที่โลกกายภาพ (Physical World) โลกดิจิทัล (Digital World) และโลกเสมือนจริง (Metaverse) เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตในโลกอนาคตที่มีความมหัศจรรย์น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด
- สร้างปรากฏการณ์ยอดขายปี 2565 ทะลุเป้า รายได้เติบโตกว่า 50% จากปี 2564 และสูงกว่าปี 2562 แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่มากเท่าเดิม ชูกลุ่มลักชัวรี่แบรนด์ยอดขายเติบโตติดอันดับโลก ย้ำตำแหน่งผู้นำที่ครองฐานลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สยามพารากอน เดินหน้าทรานส์ฟอร์มโครงการแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางมหานคร สู่การกำหนดนิยามใหม่อีกระดับของที่สุดแห่งความล้ำเลิศที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติ ตอกย้ำภาพลักษณ์สยามพารากอนในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญระดับโลก (Global Landmark Destination) ที่มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยใช้งบประมาณลงทุน 3,000 ล้านบาท เริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2565 เป็นต้นมา จะใช้เวลาภายใน 18 เดือน และมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปีของปี 2567 พร้อมประกาศความสำเร็จผลประกอบการปี 2565 รายได้ทะลุเป้าและสูงกว่าปี 2562 โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มลักชัวรี่แบรนด์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดติดอันดับโลก ย้ำความเป็นผู้นำที่ครองฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย
นางสาวแคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการขายและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า
“ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา สยามพารากอนเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญระดับโลกที่ได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นหนึ่งในโครงการระดับ World-class Global Destination ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้โครงการสำคัญๆ ในประเทศต่างๆ เป็นที่หนึ่งในใจคนไทยและคนทั่วโลกมาโดยตลอด และเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอสำคัญของกรุงเทพฯ ที่แทรกซึมอยู่ในทุกจังหวะการเต้นของชีพจรของมหานครแห่งนี้ มอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย เพื่อเสริมสร้างสีสันและชีวิตชีวาให้กับชีวิตประจำวันของคนเมือง อีกทั้งสยามพารากอนยังเป็น showcase ที่นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกสามารถเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนกรุงเทพฯได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”
“สยามพารากอนเป็นเวทีที่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทั้งกลุ่มลักชัวรี่แบรนด์และผู้ประกอบการไทย สามารถนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด สินค้ากลุ่มลักชัวรี่แบรนด์ทุกประเภทได้รับการตอบรับอย่างดี สามารถสร้างยอดขายและมีอัตราเติบโตที่โดดเด่นสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว ส่งผลให้สยามพารากอนเป็น Destination ของลักชัวรี่แบรนด์อย่างแท้จริง
อีกทั้งแบรนด์ดังๆ ได้ทยอยเปิดพื้นที่เป็น ‘Pop-up Store’ เพื่อขายลิมิเต็ดคอลเล็กชั่นพิเศษเป็นครั้งแรกในเอเชียอยู่เสมอ สร้างความตื่นตาตื่นใจตอบโจทย์ประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า และตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ครองฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ สยามพารากอนยังได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 6 ของสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเช็กอินสูงสุดในโลก และเป็นสถานที่เดียวในไทยและเอเชียที่ติดอันดับ 1 ใน 10 จากการจัดอันดับของ Facebook Review ในปี 2558 (Global Legendary Landmark)”
“สยามพารากอนประสบความสำเร็จอย่างสูงมากในปี 2565 สามารถสร้างรายได้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ เติบโตมากกว่า 50% จากปี 2564 และสูงกว่าปี 2562 แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้มีจำนวนมากเทียบเท่าก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มลักชัวรี่แบรนด์ที่สามารถสร้างยอดขายและมีอัตราเติบโตที่สูงตลอดระยะเวลา 3 ปี สะท้อนจากบรรดาแบรนด์หรูมุ่งหน้าตลาดเมืองไทยเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวคอนเซ็ปต์สโตร์ หรือคอลเล็กชั่นใหม่เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความต้องการขยายพื้นที่และขยายสาขามากขึ้น สอดรับกับแผนการลงทุนปรับโฉมใหม่ของสยามพารากอน เพื่อต้อนรับลักชัวรี่แบรนด์และแบรนด์ใหม่ๆ อีกนับร้อยแบรนด์ที่อยู่ในรายชื่อ Waiting List โดยหลายแบรนด์จะเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และมีแบรนด์ที่ Exclusive เฉพาะที่สยามพารากอนเท่านั้น เหล่านี้ล้วนตอกย้ำความเป็นเพชรน้ำงามของ Luxury Destination ระดับโลกอย่างแท้จริง”
นางสาวแคโรไลน์กล่าวเสริมว่า “เราจะรังสรรค์แพลตฟอร์มต้นแบบใหม่ครั้งแรกของโลก (Global Prototype) ที่จะเป็นเวทีให้ผู้ที่เป็นสุดยอดฝีมือในทุกๆ ด้านมาร่วมกัน Co-create เพื่อสร้างผลงานและประสบการณ์ระดับโลกเหนือความคาดหมาย ซึ่งโครงการใหม่ที่เรากำลังเดินหน้าอยู่นี้จะเป็นโครงการที่เรียกว่า ‘The Next Level Evolution’ ที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการค้าปลีกอีกครั้ง
เนื่องจากเรากำลังทรานส์ฟอร์ม ‘สยามพารากอน’ ทั้งอาคารบนพื้นที่ 5 แสนตารางเมตร ใจกลางมหานครย่านสยาม นับได้ว่าเป็นการพลิกเกมเปลี่ยนโลก หรือ Game Changing อย่างแท้จริงที่จะส่งผลให้ประเทศไทยผงาดบนเวทีโลก และครองความเป็นที่หนึ่งในใจของคนทั้งโลกอย่างต่อเนื่อง”
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2564 สยามพารากอนได้เริ่มดำเนินการปรับโฉม ’พารากอน ดีพาร์ตเมนต์สโตร์’ ไปแล้วหลายชั้น ซึ่งจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2566 นี้ ดังนั้น สยามพารากอนจึงทุ่มงบประมาณเพิ่มเติมอีก 3,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงพื้นที่ส่วนศูนย์การค้าทั้งหมด โดยได้เริ่มต้นดำเนินการแล้วเป็นส่วนๆ ตั้งแต่ปลายปี 2565 เป็นต้นมา จะใช้เวลาภายใน 18 เดือนจากนี้ไป และมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2567
วิสัยทัศน์สำคัญสู่การทรานส์ฟอร์ม ‘สยามพารากอน’
นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการทรานส์ฟอร์มสยามพารากอนในครั้งนี้ว่า “นโยบายในการทำธุรกิจของเราคือ Collaborate to Win เราเชื่อมั่นในศักยภาพไร้ขีดจำกัดของอีโคซิสเต็มที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมที่จะมาร่วมผนึกกำลังเราสร้างธุรกิจให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆ ฉีกกฎและตำราเดิมๆ ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
สยามพารากอนจะไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้าอีกต่อไป แต่จะเป็นแพลตฟอร์มเวทีระดับโลกที่ให้ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนง ทั้งสถาปนิก วิศวกร มัณฑนากร ผู้เชี่ยวชาญ ด้านศิลปะ เทคโนโลยี รวมทั้งผนึกกำลังกับผู้ประกอบการลักชัวรี่แบรนด์ทั่วโลก และผู้ประกอบการคนไทย มาร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) เชื่อมต่อแพลตฟอร์มทั้งบนพื้นที่โลกกายภาพ (Physical World) โลกดิจิทัล (Digital World) ผ่าน OneSiam SuperApp และโลกเสมือนจริง (Metaverse) เข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เพื่อเติมเต็มยกระดับชีวิตของผู้คนและผู้ที่มาเยือนให้ได้รับประสบการณ์ระดับโลกที่เหนือความคาดหมายในทุกมิติอย่างสมบูรณ์แบบ”
“สยามพารากอนตอกย้ำแนวคิดการร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) บนแพลตฟอร์มนี้ เพื่อนำมาซึ่งการพัฒนาและการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน เพราะทุกคนจะร่วมสร้างนิยามใหม่อีกระดับของที่สุดแห่งความล้ำเลิศร่วมกับผู้ประกอบการหลายราย ซึ่งได้เคยสร้าง Flagship Store ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาแล้ว ใน Next Level ก็จะรังสรรค์ Iconic Store ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย”
“สยามพารากอนได้ต้อนรับคนทั่วโลกที่มาเยี่ยมเยือนทุกวัน เราจึงมุ่งหวังที่จะให้สยามพารากอนเป็นสถานที่สร้างคอมมูนิตี้ที่สมบูรณ์แบบของพลเมืองโลก เราจึงทำการศึกษาลงลึกกับกลุ่มลูกค้าที่กว้างที่สุด ให้สามารถตอบสนองความเชื่อ ความปรารถนาและความสนใจที่หลากหลาย เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างแต่ตรงใจ ดังนั้น การทรานส์ฟอร์มสยามพารากอนในครั้งนี้
เราจะสร้างปรากฏการณ์แรกของการเปิดให้ลูกค้าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสยามพารากอนอีกด้วย ดังนั้น ในระยะเวลาอันใกล้นี้ สยามพารากอนจะเปิดพื้นที่สาธารณะ เพื่อรับฟังไอเดียของลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติทั่วโลก ผ่านโครงการ Wall of Wonders ในรูปแบบ Interactive Wall ที่ลูกค้าสามารถแนะนำว่าปรารถนาจะได้เห็นความแปลกใหม่ในรูปแบบใดในสยามพารากอน โดยจะได้นำความคิดเห็นจากผู้คนทั่วโลกมารังสรรค์พื้นที่ต่างๆ ให้มีความหลากหลายตรงกับความสนใจของผู้คนในแต่ละคอมมูนิตี้ผสานกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในมิติต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจยิ่ง ทั้งนี้ จะแจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดโครงการ Wall of Wonders ในเร็วๆ นี้” นางมยุรีกล่าว

ที่สุดแห่งองค์ประกอบสำคัญของสยามพารากอน-The Next Evolution
สยามพารากอน ยกระดับโครงการแลนด์มาร์กระดับโลก สู่การกำหนดนิยามใหม่ที่สุดแห่งความล้ำเลิศ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแห่งโลกอนาคตในทุกมิติ ด้วยองค์ประกอบสำคัญต่างๆ ดังนี้
1.จักรวาลใหม่แห่งการใช้ชีวิตสุดล้ำ (Universe of World’s Excellence)
สยามพารากอนพลิกโฉมการพัฒนาโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ยิ่งใหญ่ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘การร่วมกันรังสรรค์’ หรือ Co-creation & Collaboration กับพันธมิตรผู้มีวิสัยทัศน์เป็นเลิศในทุกอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างมหาปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 21 และนำเสนอสิ่งที่โดดเด่นล้ำยุคที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ใดในวงการค้าปลีกของโลกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ยกระดับให้สยามพารากอนเป็นโครงการระดับโลกที่สร้างมาตรฐานใหม่แห่งความเป็นเลิศอย่างแท้จริง
2.ประตูสู่ดินแดนใหม่ที่โลกดิจิทัลบรรจบกับโลกจริง (Gateway to Next Frontier Where Digital World Meets Physical World)
สยามพารากอนจะเป็น Co-Creative แพลตฟอร์มต้นแบบใหม่ครั้งแรกของโลก (New Global Prototype) ในการผสานเชื่อมโยงโลกศูนย์การค้าที่ประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างที่จับต้องได้ เข้ากับจินตนาการของโลกดิจิทัล และโลกเสมือนจริงได้อย่างกลมกลืนและไร้รอยต่อ เพื่อนำเสนอรูปแบบการชีวิตในโลกอนาคตแบบเหนือความคาดหมายและมอบประสบการณ์ทางกายภาพที่สอดประสานกับโลกเสมือนจริงที่มีความมหัศจรรย์น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแม็กเนตสำคัญที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยี่ยมเยือน
- มิติใหม่แห่งความลักชัวรี่ (Celebration of Inclusive Luxury)
นับตั้งแต่การเปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลากว่า 17 ปี สยามพารากอนตอกย้ำความเป็นผู้นำครองฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย และเป็น Destination ของ Luxury Brand ที่รวมแบรนด์ชั้นนำทุกประเภทสมบูรณ์แบบที่สุด การพลิกโฉมประวัติศาสตร์ในครั้งนี้สยามพารากอนจะรังสรรค์นิยามใหม่ของความลักชัวรี่ในทุกมิติของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต (Luxury for All) สำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกอายุ ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นในด้านแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ การรับประทานอาหาร การเดินทางท่องเที่ยว เทคโนโลยี การเงิน และประสบการณ์ เฉพาะตัวอย่างอื่นๆ ซึ่งนี่จะเป็นครั้งแรกในโลกที่ทุกคนสามารถสัมผัสและเข้าถึงความลักชัวรี่ได้ในหลากหลายมิติ ของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและสามารถเป็นการให้รางวัลชีวิตได้ในสถานที่แห่งนี้
- ผู้นำแห่งการสร้างสรรค์ประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณภาพ (Pioneering Quality Life Experience)
ส่วนสำคัญหนึ่งของโครงการทรานส์ฟอร์มสยามพารากอนครั้งนี้ รวมไปถึงสร้างโมเดลต้นแบบในการตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ โดยการร่วมสร้างสรรค์กับพันธมิตรออกแบบพื้นที่ขนาดใหญ่ที่จะผสานเอาศิลปะ เทคโนโลยี และธรรมชาติเข้ามาอยู่ในโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทาง เพื่อทำให้โลกใบนี้สะอาด จัดระบบในเรื่องการใช้พลังงานโดยการใช้นวัตกรรมต้นแบบในเรื่องต่างๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตสู่ความยั่งยืน ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีและวิถีชีวิตให้กับชุมชนและโลกในรูปแบบเหนือจินตนาการ สามารถใช้เวลาอยู่ในสยามพารากอนได้เสมือนเป็นบ้านหลังที่สองท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติ และการควบคุมอุณหภูมิและอากาศที่มีสุขอนามัย รวมทั้งการบริหารก๊าซเรือนกระจกที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
5.คอมมูนิตี้ที่สมบูรณ์แบบของพลเมืองโลก (The Paragon Community of Global Citizens)
การยกระดับอีกมิติของการนำเสนอประสบการณ์เหนือความคาดหมายทั้งในศูนย์การค้าและในโลกดิจิทัล จะเพิ่มศักยภาพให้สยามพารากอนขยายฐานลูกค้าสู่ Global Citizen ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเป็นการเติบโตด้วยความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยการสร้างพื้นที่ใหม่ๆ เป็น cluster ที่มีสินค้า บริการ และกิจกรรมที่ตรงใจของคอมมูนิตี้ต่างๆ โดยให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการสร้างคอมมูนิตี้นั้นๆ ให้สามารถแบ่งปันความคิด ความสนใจ หรือทำกิจกรรมและสร้างงานร่วมกันค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันได้จากทุกที่บนโลกใบนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
นอกจากนี้ สยามพารากอนกำลังพัฒนาคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่อีกหลายรูปแบบ เพื่อนำมาใช้เป็นครั้งแรกในเมืองไทยและครั้งแรกในโลก ซึ่งทั้งหมดจะเป็นไฮไลต์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโครงการ ทรานส์ฟอร์มสู่วิถีแห่งโลกอนาคต
“จากผลการวิจัยทุกครั้งพบว่าสยามพารากอนเป็นที่หนึ่งในใจของคนไทยและคนทั่วโลกมาโดยตลอด และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่คนกรุงเทพฯทุกเจเนอเรชั่นรู้สึกใกล้ชิดและคุ้นเคย ความผูกพันที่ยาวนานกับลูกค้าและกับผู้มาเยือนจากทั่วโลกตลอดช่วงเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา คืออัตลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นของสยามพารากอน
ดังนั้น ในขณะที่เราเดินหน้าการทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญไปสู่อีกระดับของที่สุดแห่งความล้ำเลิศ ที่เต็มไปด้วยคำมั่นในการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ซึ่งน่าตื่นเต้นมากมาย แต่เราจะยังคงดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการดูแลและการต้อนรับที่อบอุ่นเสมือนบ้านหลังที่สองของลูกค้าของเรา อันเป็นหลักสำคัญที่ทำให้สยามพารากอนเป็นที่หนึ่งในใจผู้คนทั่วโลกอย่างไม่มีโครงการใดเสมอเหมือนตลอดมา” นางสาวแคโรไลน์กล่าวในตอนท้าย

