หน้าแรก เศรษฐกิจ ซีอีโอ &#8220...

ซีอีโอ “ปิติ” เปิดแผนธุรกิจ “The Next REAL Change” ใช้ 3 กลยุทธ์ดัน ทีทีบี สู่ดิจิทัลแบงก์กิ้ง

14.02.23 | 16:41 น.

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า กว่า 3 ปี นับตั้งแต่เริ่มรวมกิจการระหว่างทีเอ็มบีและธนชาต โดยประกาศเจตนารมย์จะเป็น The Bank of Financial Well-being หรือธนาคารที่มุ่งมั่นช่วยสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทยทั้งประเทศ โดยที่ผ่านมาทีทีบีได้พัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์และเป็นประโยชน์ต่อคนไทยมากยิ่งขึ้น อาทิ บัญชี ttb all free ให้ความคุ้มครองชีวิตและค่ารักษาพยาบาลจากอุบัตเหตุฟรี, การรวบหนี้ (Debt Consolidation) ของลูกค้าเพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่อง โดยมีลูกค้าร่วมโครงการแล้วราว 2,000 ราย ช่วยประหยัดเงินจากดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายคิดเป็นกว่า 270 ล้านบาท ถือเป็นสิ่งชี้วัดว่าธนาคารดำเนินการมาถูกทางแล้ว ในปีนี้จึงมุ่งสานต่อพันธกิจ ด้วยการสร้าง The Next REAL Change เดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายในรูปแบบใหม่อีกครั้ง ภายใต้กลยุทธ์หลัก 3 เรื่อง ได้แก่

1. Synergy Realization: การนำจุดแข็งและความแข็งแกร่งจากการรวมกิจการมาต่อยอดพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้า โดยหลังรวมกิจการ ทีทีบีมีฐานลูกค้ากว่า 10 ล้านราย ปี 2565 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 14,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อนหน้า และได้รับผลประโยชน์ด้านค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการรับรู้ Cost Synergy ของการรวมกิจการ ทำให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงจาก 48% ในปี 2564 มาอยู่ที่ 45% จึงถือว่าธนาคารมีความพร้อมทั้งศักยภาพที่แข็งแกร่งและงบประมาณในการลงทุน ซึ่งปีนี้ จะต่อยอดจุดแข็งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของธนาคาร ได้แก่ สินเชื่อรถ สินเชื่อบ้าน บัญชีเพื่อใช้ เพื่อออม และบัญชีเงินเดือน ไปสู่สินเชื่อรถแลกเงิน (ttb cash your car) สินเชื่อบ้านแลกเงิน (ttb cash your home) สินเชื่อ ttb payday loan และกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถ

2. Digitalization: การยกระดับประสบการณ์ทางการเงินและพัฒนาประสิทธิภาพของธนาคารผ่าน ttb touch เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเปิดตัวเมื่อไตรมาส 2 ปี 2565 โดยธนาคารมีเป้าหมายนำดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ทางการเงินที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า โดยมีเป้าหมายก้าวสู่การเป็น Top 3 Digital Banking Platform “ยอมรับว่าในช่วงที่่ผ่านมา ttb touch เกิดปัญหาขัดข้องเนื่องจากมีผู้เข้าใช้งานจำนวนมาก ซึ่งทีมงานได้เร่งปรับปรุงแก้ไข และวางแผนพัฒนาความสามารถในการรองรับการให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีความเสถียรและสามารถให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นต่อจากนี้ต้องไม่เกิดปัญหาขัดข้องขึ้นอีก” นายปิติ กล่าวและว่า สำหรับ ttb touch เวอร์ชันใหม่ สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงโปรโมชันต่าง ๆ ให้กับลูกค้าแบบ 1 ต่อ 1 หรือ Segment-of-One ยกระดับการให้บริการลูกค้าได้ โดยธนาคารจะเดินหน้าพัฒนาองค์กรให้เป็น Digital-First Experience เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมส่วนใหญ่ได้เองผ่าน ttb touch เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ในขณะที่พนักงานสาขาจะมีบทบาทสำคัญในการเป็น Trusted Advisor ให้คำปรึกษา แนะนำและให้บริการลูกค้าบนผลิตภัณฑ์และบริการที่ซับซ้อน

3. Ecosystem Play: การสร้างชีวิตทางการเงินของลูกค้าบัญชีเงินเดือน มีรถ มีบ้านให้ดีขึ้นรอบด้าน ธนาคารได้เดินหน้าสร้างการเติบโตด้วย New Business Model มุ่งเน้น 3 กลุ่มหลักที่ธนาคารมีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ กลุ่มลูกค้ามนุษย์เงินเดือน กลุ่มคนมีรถ และกลุ่มคนมีบ้าน ตั้งเป้าให้ธนาคารเข้าไปอยู่ในชีวิตของลูกค้าตลอด Journey และช่วยให้ชีวิตของลูกค้าสามารถบริหารจัดการเรื่องสำคัญได้อย่างรอบด้าน โดยเน้นการทำงานจากทีมภายใน และร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำภายนอก (Partnership) โดยมี ttb touch เป็นตัวขับเคลื่อนให้ลูกค้าบริหารจัดการชีวิตได้อย่างครบวงจร อาทิ คนมีรถจะสามารถบริหารจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับรถ เช่น จ่าย-เช็คยอดสินเชื่อรถ ต่อประกันภัยรถและพ.ร.บ. เติมเงิน-เช็คยอดบัตรทางด่วน Easy Pass ค้นหาโปรโมชันเกี่ยวกับการดูแลรถ สมัครสินเชื่อรถแลกเงิน แม้กระทั่งการขายรถแบบ e-auction ทุกอย่างสามารถทำบนฟีเจอร์ “My Car” บนแอพ ttb touch

“สิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญและเร่งทำคือการเตรียมความพร้อมบุคลากร เพื่อให้สามารถร่วมกัน Transform องค์กรได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเพิ่มศักยภาพและจำนวนทีมงานด้าน Tech & Data ให้มากขึ้น ที่ผ่านมาธนาคารได้จัดตั้งทีมดิจิทัล ttb spark และ ttb spark academy มุ่งเน้นการสร้าง Talent รุ่นใหม่ที่มีความสามารถสอดรับกับโลกธุรกิจผ่านการขับเคลื่อนนวัตกรรมและดิจิทัลโซลูชัน โดยปัจจุบันมีทีมงาน ttb spark มากกว่า 400 คน ดูแลทั้งในส่วนของฝั่ง Tech และ Beyond Banking Business พร้อมผลักดันและพัฒนาแอพ ttb touch ให้มีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ด้าน ttb spark academy ได้มีกิจกรรมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำและมีนักศึกษาเข้ามาฝึกงานด้วยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้จัดกิจกรรม ttb hackathon: Financial Well-being for Thais ซึ่งมีผู้ร่วมสมัครมากกว่า 100 ทีม ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ในกลุ่มเด็กรุ่นใหม่เพื่อให้ Talent เหล่านี้สนใจร่วมงานกับธนาคารในอนาคต” นายปิติ กล่าว

Advertisement