‘เมเจอร์’ คัมแบ็คทุ่มลงทุน 1.47 หมื่นล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังหยุดไป 2 ปี

15.02.23 | 09:16 น.

‘เมเจอร์’ คัมแบ็คทุ่มลงทุน 1.47 หมื่นล้าน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังหยุดไป 2 ปี

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ น.ส.เพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่วงโควิดบริษัทได้หยุดพัฒนาโครงการใหม่ 2 ปี (2563-2564) เพื่อบริหารความเสี่ยง หยุดเลือดไหล เร่งระบายสต็อกเก่าให้มีกระแสเงินสด สามารถปิดการขายได้ 13 โครงการ และเริ่มมาเปิดในปี 2565 มูลค่า 5,200 ล้านบาท และในปี 2566 จะเปิด 7 โครงการ มูลค่า 14,700 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ตั้งบริษัทมา 24 ปี

แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมซุปเปอร์ลักชัวรี่ 2 โครงการ มูลค่า 8,800 ล้านบาทที่พร้อมพงศ์กับพญาไท บ้านจัดสรร 5 โครงการ มูลค่า 5,900 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 7,000 ล้านบาทและรับรู้รายได้ 5,000 ล้านบาท เติบโต 67% ซึ่งมีโครงการพร้อมอยู่พร้อมโอนมากกว่า 700 ยูนิต มูลค่า 5,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะโอนได้ 60-67% ในส่วนของธุรกิจอสังหาฯเชิงพาณิชย์ คือโรงแรมกับออฟฟิศปีนี้จะมีรายได้อยู่ที่ 8%ของรายได้รวม

“หายไป 2 ปี เราไม่ได้หายไปเฉยๆ เราปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะกลับมา ต่อสู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งเรายังไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้จะดีแค่ไหน แต่ติดว่าหลังจีนเปิดประเทศจะทำให้กำลังซื้อต่างชาติเริ่มกลับมา” น.ส.เพชรลดากล่าว

น.ส.เพชรลดากล่าวว่า นอกจากนี้จะเปิดตัว 5 แบรนด์ใหม่ ให้หลากหลายเซ็กเมนท์ ระดับราคาตั้งแต่ 13.9-100 ล้านบาท ได้แก่ มาร์ควิสแบรนด์คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซัวรี่ที่พญาไท ,เมย์ฟิลด์ ทาวน์โฮมระดับไฮเอนด์ที่ปิ่นเกล้าและรามอินทรา , เมย์ฟิลด์ เลนบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ทำเลใจกลางเมือง ,มิลฟอร์ด ทาวน์โฮมระดับไฮเอนด์ และอีก 1 แบรนด์ใหม่เป็นซุปเปอร์ลักชัวรี่ ลิมิเตดอิดิชั่น

น.ส.เพชรลดากล่าวว่า ทุกโครงการอยู่ในทำเลไพร์มแอเรีย สุขุมวิท พร้อมพงษ์ พญาไท พัฒนาการ ลาดพร้าว และรามคำแหง และตั้งงบ 1,500 ล้านบาท ซื้อที่ดินพัฒนาโครงการในปี 2567 ซึ่งมีแผนจะเปิด 8 โครงการ เช่น โครงการมิกซ์ยูสที่อารีย์มีคอนโดมิเนียมและออฟฟิศ มูลค่า 6,000 ล้านบาท อีกทั้งยังตั้งงบ 200 ล้านบาทลงธุรกิจใหม่ด้านสุขภาพและเทคโนโลยี มีทั้งลงทุนเองและร่วมกับพันธมิตรซึ่งเมเจอร์จะไม่ตีกรอบตัวเองทำเฉพาะอสังหาฯ ต้องเปิดโอกาสจะทำอะไรก็ได้

Advertisement

“ปีนี้เรายังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งให้จุดเด่นของแบรนด์ ในการเป็นผู้นำอันดับ 1 โครงการที่อยู่อาศัยเลี้ยงสัตว์ได้ทุกโครงการ โดยจับมือพันธมิตร พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ กิจกรรม สิทธิพิเศษต่างๆ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งในและนอกที่อยู่อาศัยของทั้งคนและสัตว์เลี้ยง”น.ส.เพชรลดากล่าว

 

 

อ่านข่าวน่าสนใจ: