‘กสิกรไทย’ คาดบาทอ่อนไม่สู้ดี หลังอานิสงส์ท่องเที่ยวหมด-นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ไทย
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงาน Economic Outlook Thailand Forecast ว่าทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน โดยค่าเงินบาทอาจหมดช่วงแข็งค่าลง และทำให้เกิดการอ่อนค่ามากขึ้น ซึ่งคาดกรอบเงินบาทช่วง 4 สัปดาห์ต่อไป ค่าเงินบาทจะแกว่งตัวได้ที่ระดับ 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นแนวต้านสำคัญที่ทดสอบเงินบาทเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่เหมาะสมของค่าเงินบาท โดยพิจารณาค่าเงิน เงินเฟ้อในไทยและประเทศคู่ค้าคู่แข่ง ซึ่งค่าเงินบาทเมื่อเปรียบเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในระดับที่เหมาะสม ณ ขณะนี้ ควรอยู่ที่ 34.6 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากดูตลาดปัจจุบันมูลค่าเงินบาทอยู่สูงกว่าระดับเหมาะสม 2.6% จากค่าเงินบาทช่วงนี้ที่ประมาณ 34.16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายกอบสิทธิ์กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงกว่าปกติเพราะปัจจัยด้านฤดูกาลของไทย เช่น เทศกาลท่องเที่ยวผ่านไปแล้วหลังเทศกาลตรุษจีน และอุณหภูมิในซีกโลกเหนือ โดยเฉพาะยุโรปไม่หนาวเท่าที่คาดการณ์ไว้ นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ ทำให้อานิสงส์เงินบาทแข็งหมดไปในช่วงนี้
นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้บาทอ่อนระยะสั้นเพราะเดือนมีนาคม 2566 บริษัทในประเทศญี่ปุ่นปิดงบประมาณ ส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท เพราะบริษัทญี่ปุ่นในไทยก็ต้องมีการโอนเงินปันผลไปให้กับบริษัทแม่ และหลังจากนั้นในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2566 จะเป็นฤดูที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะต้องจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติ โดยในปี 2565 บริษัทจ่ายเงินปันผลใช้เม็ดเงินในภาพรวมกว่า 90,000 ล้านบาท อาจเป็นสาเหตุทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท เพราะต้องโอนเงินเหล่านี้ออกไป

ทั้งนี้ ธนาคารยังคงประมาณการค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2566 ที่ 33.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยได้รับปัจจัยบวกด้านดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้ที่คาดการณ์ว่าจะเกินดุลประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากปีก่อนหน้าที่ขาดดุล 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
นายกอบสิทธิ์กล่าวvudว่า ขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทมีความผันผวน หลังจากช่วงสิ้นปี 2565 จากกระแสจีนเปิดประทศ เป็นเหตุผลที่มีการเก็งกำไรค่าเงินบาทค่อนข้างสูง อีกทั้ง หลังจากมีกระแสการถกเถียงว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ทำให้นักลงทุนเปลี่ยนสถานะการถือสินทรัพย์ โดยการขายสกุลเงินเหรียญสหรัฐและเข้าซื้อสกุลเงินเอเชียมากขึ้น
“เมื่อเปรียบเทียบสกุลเงินในภูมิภาคเดียวกัน การเก็งกำไรค่าเงินบาทจะแรงกว่าประเทศอื่น อนาคตต่อไปค่าเงินบาทจะมีการแกว่งตัวมากขึ้น เพราะขึ้นอยู่กับกระแสเรื่องการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ โดยนักลงทุนจะเข้ามาเก็งกำไรที่เข้าซื้อทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งจะมีการเก็งกำไรไปสักระยะหนึ่ง เมื่อถึงระดับหนึ่งจะต้องมีการขายทำกำไรตราสารหนี้ไทย” นายกอบสิทธิ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นนี้เงินเหรียญสหรัฐได้อานิสงส์ฝั่งแข็งค่า หลังตลาดมองการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะชะลอลง แม้เฟดส่งสัญญาณการปรับอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง ประกอบกับความไม่แน่นอนในนโยบายของเฟดประเด็นการปรับขึ้นดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ทำให้ตลาดเงินมีความผันผวน ส่งผลให้ค่าเงินบาทแกว่งตัวตามกลไกตลาดที่ยังมีความเสี่ยง
อ่านข่าวน่าสนใจ :
- ‘อุตุฯ’ เตือน อากาศแปรปรวน อีกฉบับ 14-17 ก.พ.นี้ 44 จังหวัด เจอพายุ-ลมกระโชก-ลูกเห็บตก
- IBM ฟ้อง ‘ปฐมา จันทรักษ์’ อดีตผู้บริหาร เรียกโบนัสคืน 15 ล้าน เหตุย้ายร่วมงานบริษัทคู่แข่ง
- เช็กมติ ครม. 14 กุมภาพันธ์ แต่งตั้ง-โยกย้าย ครบทุกตำแหน่ง
- คำพูดแรก ‘เบนซ์ เดม่อน’ เมื่อถูกถามว่า เกี่ยวข้องกับเว็บ มาเก๊า888 หรือไม่

