‘เอเชียทีค’ทุ่ม 800 ล้าน รีคอนเซ็ปต์ ดีไซน์พื้นที่ใหม่ ดีงดิสนีย์ บิ๊กซีแจม ขยายเวลาเปิดเร็วขึ้น รับนักท่องเที่ยว กางแผนลงทุนกว่า 2 หมื่นล้าน ลุยเฟส2 จ่อขึ้นตึกสูง 100 ชั้น ปั้นแลนด์มาร์กใหม่เจ้าพระยา
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ในปีนี้ได้ลงทุนกว่า 800 ล้านบาท รีคอนเซ็ปต์ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” หลังเปิดครบ 10 ปี ให้เป็นที่สุดจุดหมายการท่องเที่ยวแลนด์มาร์คริมแม่น้ำเจ้าพระยามีพื้นที่ยาว 400 เมตร โดยปรับดีไซน์พื้นที่ให้รองรับกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นมา
อย่างเช่น ปรับพื้นที่ 10 ไร่ด้านข้าง เตรียมจะพัฒนาโครงการ เป็นที่จอดรถ ,เพิ่มโซน DISNEY 100 VILLAGE เพื่อให้สัมผัสประสบการณ์งานแสดงพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีดิสนีย์ ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึง 31 กรกฏาคมนี้ จะมีโซนงานแสดงหลากหลายธีมให้ทุกคนได้สัมผัสกับเรื่องราวและตัวละครอันโด่งดังจากทั้ง Disney, Pixar, Marvel และ Star Wars โดยสามารถซื้อบัตรผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ได้เร็วๆ นี้
นางวัลลภากล่าวว่า อีกทั้งยังปรับพื้นที่โกดัง 1 และ 2 เป็นแหล่งรวมร้านอาหารอร่อยจากทั่วกรุงเทพฯ และอาหารสตรีทฟู้ดจากทุกภาค และมีห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเปิด 2,000 ตารางเมตร พร้อมเพิ่มการบริการเรือรับส่งจากบีทีเอสและปรับเวลาเปิด-ปิดจาก 16.00 -24.00 น. เป็น 10.00-24.00 น. ภายใต้แนวคิด “ALL DAY EVERYDAY HAPPINESS” ตอบโจทย์ลูกค้าทุกวัย รองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ หลังเปิดประเทศ รวมถึงกรุ๊ปทัวร์จีน ตั้งเป้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการเพิ่มเท่าตัวจาก 30,000 คนต่อวัน เป็น 60,000 คนต่อวัน โดยโฉมใหม่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

นางวัลลภายังกล่าวถึงแผนการลงทุนของเอเชียทีคในทศวรรษที่สองต่อจากนี้ บนพื้นที่ฝั่งเจริญกรุง เนื้อที่ 90 ไร่ หลังเมื่อปี 2555 เปิดเอเชียทีค เดอะ ริเวอรืฟร้อนท์ เดสติเนชั่น 44 ไร่ มีแผนลงทุนเอเชียทีคเฟส 2 บนพื้นที่ด้านซ้ายกว่า 10 ไร่ เป็นรีเทล ใช้เงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างขออนุญาตก่อสร้าง และด้านขวาจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสสูง 100 ชั้น ใช้เงินลงทุนเกิน 20,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างออกแบบ ตั้งเป้าจะให้เป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ
นางวัลลภากล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีที่ดินฝั่งตรงข้ามถนน เนื้อที่ 28 ไร่ เดิมจะพัฒนาเป็นโรงแรม แต่หลังเกิดโควิด ทำให้ชะลอและจะพัฒนาเป็นเวลเนส คาดอีก 4-5 ปีจะเห็นภาพชัด เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ และจะทำให้ย่านนี้สมบูรณ์ ขณะที่ที่ดิน 29 ไร่ ฝั่งถนนเจริญนคร จะเป็นแผนลงทุนในระยะยาว เนื่องจากต้องรอให้ภาครัฐมีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีทองก่อน เช่นเดียวกับที่ดินโกดังเป๊ปซี่เก่าอีก 10 ไร่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ยังไม่มีแผนจะนำมาพัฒนาในเร็วๆนี้
“การลงทุนเอเชียทีคส่วนต่อขยายจะค่อยๆดูตลาดและดีมานด์ ซึ่งฝั่งเจริญนครเรายังไม่อยากลงทุนด้านรีเทลเพิ่มในทำเลนี้ เพราะมีศูนย์การค้าไอคอนสยามอยู่แล้ว โดยเน้นลงทุนบนที่ดินฝั่งเจริญกรุง ซึ่งใช้เงินลงทุนหลายหมื่นล้านให้สมบูรณ์แบบก่อน จากนั้นถึงจะเป็นฝั่งเจริญนคร” นางวัลลภากล่าว


