เงินบาทเปิดอ่อนทะลุ 34.23 บาท/ดอลล์ ฟันด์โฟลส์นักลงทุนต่างชาติยังเป็นฝั่งขายสุทธิ
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.23 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.15-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท การอ่อนค่าลงของเงินบาทจนเกือบแตะระดับ 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงคืนที่ผ่านมา มาจากการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว โดยเฉพาะในช่วงราคาย่อตัวใกล้โซนแนวรับสำคัญ นอกจากนี้ ฟันด์โฟลส์นักลงทุนต่างชาติยังเป็นฝั่งขายสุทธิ (ยกเว้นหุ้น ที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ)
ทั้งนี้ แรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อค่าเงินบาทจะยังคงมีอยู่ ท่ามกลางแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่จบง่ายๆ แต่ การขึ้นดอกเบี้ยของไทยอาจใกล้จบแล้ว นอกจากนี้ การอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญของเงินบาท ทำให้ในเชิงเทคนิคัลค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าต่อจนทดสอบโซนแนวต้านถัดไปแถว 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ผู้เล่นในตลาดที่ปรับสถานะมาเป็นฝั่ง Long USDTHB (มองเงินบาทอ่อนค่า) อาจรอจังหวะ ขายทำกำไรแถว 34.75-35.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ ทำให้ค่าเงินบาทในช่วงนี้ มีโอกาสผันผวนในฝั่งอ่อนค่าได้มาก
นายพูน กล่าวว่า ฝั่งตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุด ดัชนีเงินเหรียญสหรัฐ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 103.8 จุด (ในระหว่างวัน แตะจุดสูงสุดเหนือระดับ 104 จุด ก่อนย่อตัวลงมาบ้าง) ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงคาดหวังการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟด ภาวะเปิดรับความเสี่ยงในตลาดหุ้นสหรัฐได้กดดันไม่ให้ เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าไปได้ไกลนัก ซึ่งสะท้อนมุมมองของผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่รอทยอยขายทำกำไรการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ (Sell on Rally)
ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินเหรียญสหรัฐและบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.) ย่อตัวลงต่อเนื่อง ก่อนที่จะแกว่งตัว sideways ใกล้ระดับ 1,848 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งในจังหวะที่ราคาทองคำย่อตัวลงใกล้โซนแนวรับแถว 1,850 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงทยอยเข้ามาซื้ออยู่บ้าง ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวอาจมีส่วนกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้างเช่นกัน
ทั้งนี้ สำหรับวันนี้ ตลาดจะรอจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก และว่างงานต่อเนื่อง (Initial Jobless Claims & Continuing Jobless Claims) หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาดมาก อาจทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดไม่มีเหตุผลชะลอการขึ้นดอกเบี้ย หรือหยุดขึ้นดอกเบี้ยได้ง่ายๆ มุมมองดังกล่าวอาจกดดันบรรยากาศในตลาดการเงินได้ อย่างที่ตลาดการเงิน โดยเฉพาะในฝั่งตลาดค่าเงินและตลาดบอนด์เผชิญมาโดยตลอดในสัปดาห์นี้

