หน้าแรก เศรษฐกิจ พลังงาน ปลุกโ...

พลังงาน ปลุกโรงไฟฟ้า 6.18 หมื่นล้าน ให้ชาวบ้านถือหุ้น เริ่มต้น 10%

17.02.23 | 05:40 น.

พลังงาน ปลุกโรงไฟฟ้าชุมชน 6.18 หมื่นล้าน ให้ชาวบ้านถือหุ้น เริ่มต้น 10%

นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เชื้อเพลิงชีวมวล ก๊าซชีวภาพ จากพืชพลังงานเพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ว่า กระทรวงฯคงเป้าหมายกำลังผลิต 200 เมกะวัตต์ คาดตลอด 20 ปี(2567-86) จะเกิดค่าก่อสร้าง ค่าเชื้อเพลิง และค่าบำรุงรักษา 28,000 ล้านบาท และช่วยเกษตรกรมีรายได้จากการเชื้อเพลิงระยะยาว 20 ปี มูลค่าประมาณ 33,800 ล้านบาท และเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพกว่า 23,600 อัตรา ลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงานและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน รวมมูลค่าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 61,800 ล้านบาท

นายสมภพ กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนดังกล่าวถือเป็นระยะนำร่องที่ร่วมกันหลายภาคส่วน โดยภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้า ส่วนวิสาหกิจชุมชนจะเป็นผู้รวบรวมเชื้อเพลิง จากเกษตรกรที่ปลูกพืชพลังงานส่งให้กับโรงไฟฟ้าในรูปแบบ คอนแทกต์ ฟาร์มมิ่ง สัดส่วนการถือหุ้นของวิสาหกิจชุมชน 10%เป็นสัดส่วนในโครงการนำร่อง เนื่องจากเป็นการดำเนินการโรงไฟฟ้าที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและเงินลงทุนค่อนข้างสูง จึงต้องค่อยเป็นค่อยไปโดยในระยะเริ่มแรกให้วิสาหกิจถือหุ้นในสัดส่วนนี้ไปก่อน หากให้วิสาหกิจชุมชนเป็นเจ้าของเองจะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ตามระเบียบของโครงการ ผู้ยื่นขายไฟฟ้าต้องวางหลักประกัน จำนวน 500 บาทต่อกิโลวัตต์ของปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่เสนอขาย ดังนั้นผู้ยื่นจะต้องวางหลักประกัน 1.5 – 3 ล้านบาทต่อโครงการ

นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน

“เป้าหมายโครงการ หากชุมชนมีความพร้อมในอนาคตสามารถถือหุ้นเพิ่มเติมตามความตกลงระหว่างทั้งสองฝ่าย โดยไม่ได้เป็นข้อจำกัดแต่อย่างใด”นายสมภพกล่าวและว่า ภายใต้รูปแบบการบริหารของโรงไฟฟ้าชุมชน วิสาหกิจฯ จะมีรายได้แน่นอนสม่ำทุกวัน และเกษตรกรมีรายได้จากการขายเชื้อเพลิงพืชพลังงานให้โรงไฟฟ้าในสัดส่วน 80% ของปริมาณเชื้อเพลิงที่โรงไฟฟ้าใช้ทั้งหมด อีกทั้งยังจะมีรายได้หรือผลประโยชน์เพิ่มเติมอื่นๆ ตามที่ผู้เสนอโครงการหรือภาคเอกชนจะต้องทำความตกลงกับชุมชน เพื่อนำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภค ด้านการรักษาพยาบาล ด้านการศึกษา

นายสมภพ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานขอให้มั่นใจได้ว่าโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากโครงการนำร่องนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ พิจารณาประเด็นให้ครบถ้วนรอบด้านมากที่สุด เพราะเกี่ยวพันกับรายได้และผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรในระยะยาว ทั้งนี้ เหตุล่าช้าในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากมีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบและพิจารณาอย่างครบถ้วนแล้ว โดยพบว่าไม่ปรากฏพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา

“ล่าสุดอยู่ในขั้นตอนเตรียมลงนามสัญญาระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกับผู้เข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน” นายสมภพ กล่าว

Advertisement

ข่าวน่าสนใจอื่น: