หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทเปิด 3...

เงินบาทเปิด 34.37 อ่อนค่าต่อเนื่อง หลังตลาดหวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย หนุนดอลล์แข็ง

17.02.23 | 08:54 น.

เงินบาทเปิด 34.37 อ่อนค่าต่อเนื่อง หลังตลาดหวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย หนุนดอลล์แข็ง

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.37 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 34.33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.20-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายพูนกล่าวว่า บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐพลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) อย่างชัดเจน ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อสหรัฐอาจชะลอตัวลงช้า กดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง หลังจากที่ข้อมูลยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ลดลงสู่ระดับ 194,000 ราย ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ และดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index) ในเดือนมกราคม ก็เร่งตัวขึ้นแตะระดับ 6.0% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท การอ่อนค่าลงของเงินบาทนั้น เป็นไปตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐ รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว โดยเฉพาะในช่วงหลังตลาดรับรู้รายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกและดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่เงินบาทอ่อนค่าหนักไปทดสอบโซนแนวต้าน 34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐที่ประเมินไว้ ก่อนที่จะแข็งค่าขึ้นมาเล็กน้อยจากโซนแนวต้านดังกล่าว

นอกจากนี้ ประเมินว่าแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อค่าเงินบาทจะยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเดินหน้าขายสุทธิสินทรัพย์ไทย ทั้งหุ้นและบอนด์ อย่างต่อเนื่องได้ ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของเงินบาท อาจเริ่มเป็นลักษณะแคบในกรอบใหม่ หลังเงินบาทอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญก่อนหน้า

โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 34.00-34.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และถ้าหากเงินบาทอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญ ประเมินว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าต่อไปถึงโซน 34.75-35.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจเห็นการชะลอลงของการอ่อนค่าได้บ้าง เนื่องจากโซนดังกล่าวอาจเป็นจุดที่ผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะ Long USDTHB จะเริ่มขายทำกำไรมากขึ้น

Advertisement

ทั้งนี้ สำหรับวันนี้ ในฝั่งไทย ตลาดประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2565 อาจขยายตัวราว 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยหนุนโดยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ ขณะที่การค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในฝั่งการส่งออก อาจขยายตัวได้ไม่ดีมากนัก ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก