นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ผู้ดำเนินธุรกิจรับเหมาระบบสารสนเทศและการสื่อสารครบวงจร เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2565 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 6,727 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 7,035 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 527 ล้านบาท ถือเป็นการรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทยอยส่งมอบงานให้แก่ลูกค้าทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ได้แก่ โครงการซื้อขายและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (ระยะที่ 2) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, โครงการงานจ้างพัฒนาระบบติดตามขบวนรถไฟและจัดการงานขนส่งสินค้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย, โครงการซื้อขายระบบสำหรับขยายบริการ GDCC (VM) ของ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ
นายศิริพงษ์ กล่าวว่า จากผลดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)บริษัทมีมติอนุมัติเสนอจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.17 บาท
(พาร์ 1 บาท) โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 เมษายน 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 โดยจะขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯในวันที่ 11 เมษายนนี้ เห็นชอบจากมติบอร์ด
นายศิริพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทฯได้จ่ายเงินปันระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2565 เมื่อรวมมติบอร์ดครั้งนี้ ส่งผลให้ปี 2565 บริษัทฯจ่ายเงินปันผลรวมอัตราหุ้นละ 0.32 บาท ส่วนผู้ถือหุ้นที่ได้รับสิทธิวอแรนต์ AIT-W2 ครั้งที่ 2 และต้องการใช้สิทธิ สามารถแสดงความจำนงได้ระหว่างวันที่ 24-30 มีนาคมนี้ โดยกำหนดวันใช้สิทธิวันที่ 31 มีนาคมนี้ สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์บริษัท https://investor-th.ait.co.th/warrant_holders.html ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป
นายศิริพงษ์ กล่าวว่า สำหรับปี 2566 ถือเป็นการเริ่มต้นของบริษัทก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 จึงวางคอนเซปต์การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ “The Next Decade” ภายใต้คำว่า ‘DECADE’ คือ D: Determined มีความมุ่งมั่น E: Elaborated มีความละเอียดรอบคอบ C: Connection มีเครือข่ายที่แข็งแรง A: Ambitious มีความทะเยอทะยานสู่ความสำเร็จ D: Dare ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย และ E: Expansion มีการขยายงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 7,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมาจากมูลค่างานที่มีอยู่ในมือ (Backlog) ซึ่ง ข้อมูล ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 มีมูลค่างานในมือจำนวน 6,700 ล้านบาท รวมถึงงานอยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อจากลูกค้า (Waiting for P/O) อีกจำนวน 150 ล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งมาจากแผนงานของทางฝ่ายขายที่ได้วางเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนดไว้
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นสิ่งสำคัญ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ขยายพื้นที่การขายและเพิ่มฐานลูกค้า (การเน้นลูกค้า) เน้นขายที่มีลักษณะเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้า เช่น ให้คำปรึกษาร่วมกับการขายสินค้า (Consultancy Selling) มากกว่าการมุ่งเน้นขายสินค้าในลักษณะซื้อมาขายไป 2.นำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มเติม (การเน้นประสิทธิภาพ) เพื่อเสริมการบริหารงานภายในให้สามารถทำงานได้อย่าง Fully Automation และ 3.การบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (เน้นกำไร)
นายศิริพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจซื้อขายคาร์บอนเครดิต รวมถึงการปลูกป่าสักเชิงเศรษฐกิจจำนวนประมาณ 1,000 ไร่ ว่าปัจจุบันได้ดำเนินการหาที่ดินสำหรับปลูกป่าเรียบร้อยแล้ว ที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

