หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘แบงก์กรุงศรี...

‘แบงก์กรุงศรี’ รับลดโฆษณาสินเชื่อจูงใจนักช้อป หวังกดหนี้ครัวเรือนลดได้

20.02.23 | 06:22 น.

‘แบงก์กรุงศรี’ รับลดโฆษณาสินเชื่อจูงใจนักช้อป หวังกดหนี้ครัวเรือนลดได้

นางสาวณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกเกณฑ์เพื่อให้เจ้าหนี้ปล่อยสินเชื่อด้วยความรับผิดชอบ (responsible lending) โดยจะมีการนำร่างที่ผ่านการศึกษาเข้าสู่ระบบเปิดรับฟังความคิดเห็นภายในไตรมาส 2/2566 กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และคาดว่าภายในกลางปี 2566 หรือไตรมาส 3/2566 จะสามารถออกหลักเกณฑ์นี้ได้และมีผลบังคับใช้ เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนนั้น

นางสาวณญาณี กล่าวว่า การแก้หนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสมาคมธนาคารไทย และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อบุคคล รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ต้องประสานมือกัน เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมที่จะมีมาตรการนำเสนอต่อ ธปท. ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างจริงจังว่าจะมีมาตรการออกมาชัดเจนอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการโฆษณาเกี่ยวกับสินเชื่อในลักษณะที่ชักจูงให้เกิดหนี้โดยที่ไม่จำเป็น เช่น การส่งโปรโมชั่นผ่าน SMS ถึงลูกค้า การแนบลิ้งก์ให้เข้าถึงสินค้าอย่างชัดเจน เป็นต้น โดย ธปท.ขอความร่วมมือธนาคารผู้ให้สินเชื่อเอาออก ขณะนี้ก็ยังอยู่ระหว่างหาวิธีการร่วมกัน โดยที่ไม่ทบธุรกิจธนาคารและลูกค้าได้ประโยชน์

“คาดว่าการลดการโปรโมทเรื่องโปรโมชั่นต่างๆ คงไม่ทำให้รายได้ด้านสินเชื่อลดลง เพราะธนาคารต้องหาวิธีการสร้างความเข้าใจให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อตามศักยภาพการชำระหนี้ของลูกค้าด้วย”นางสาวณญาณี กล่าว

ขณะเดียวกัน การที่ ธปท.ขอระงับเรื่องการแนบลิ้งก์พร้อมกับการโฆษณา เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพแสวงหาผลประโยชน์ด้วยวิธีการนำลิ้งก์ปลอมแนบพร้อมกับโฆษณาของธนาคาร เมื่อลูกค้าหลงเชื่อและกดเข้าไปอาจทำให้สูญเสียต่อทรัพย์ และทำให้ธนาคารเสียหายด้วย ซึ่งเรื่องนี้ธนาคารหาวิธีการป้องกันด้วยเช่นกัน

Advertisement

นางสาวณญาณี กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้ามีความต้องการสินเชื่อ ซึ่งปัจจัยหนึ่งด้านความน่ากังวลของธนาคารเรื่องหนี้จะเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องระวังเรื่องความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะให้สินเชื่อกับลูกค้าจากการพิจารณาตามความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ต้องสร้างโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อด้วย เพื่อไม่ให้ลูกค้าหันไปกู้หนี้นอกระบบมากขึ้น เพราะดอกเบี้ยจะสร้างอันตรายแก่ลูกค้าเอง ทั้งนี้ ลูกค้าเดิมที่มรหนี้ธนาคารก็พร้อมช่วยเหลือ

ส่วนของลูกค้าเดิมที่มีกับธนาคาร ธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือ หลังจาก ธปท. กำหนดให้ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต ให้ช่วยเหลือโดยการลดยอดชำระขั้นต่ำต่อเดือน จากเดิม 10% เหลือ 5% ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล ช่วยเหลือโดยการลดยอดชำระขั้นต่ำต่อเดือน จากเดิม 5% เหลือ 3% ตามรอบบัญชี ถึง 31 ธันวาคม 2566 โดยทั้ง 2 มาตรการธนาคารดำเนินการสำหรับลูกค้าทุกราย โดยมิต้องติดต่อแจ้งความจำนง ซึ่งมองว่าเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าของธนาคารที่ไม่มีปัญหาต่อการชำระหนี้

อย่างไรก็ตาม การเข้มงวดในการพิจารณาการให้สินเชื่อของธนาคาร ปัจจุบันมีการพิจารณาการให้สินเชื่อด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น การขอสินเชื่อด้วยข้อมูลอื่น เพื่อเป็นหลักฐาน แต่มองว่าการเข้าถึงสินเชื่อด้วยวิธีการนี้จะสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องสร้างความเข้าใจให้ลูกค้ามากขึ้น