‘ดร.นิเวศน์’ ปัดทะเลาะเซียนหุ้น ย้ำไม่ได้มีอิทธิพลขนาดนั้น ชี้ ศก.Q4 ปีที่แล้วตัวเลขแย่กว่าคาด ฉุดดัชนีหุ้นช่วงนี้ซึม
นายนิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า หรือ วีไอ (Value Investor) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการพูดถึงกันในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับนักลงทุนสายซื้อขายระยะสั้นหรือเทรดเดอร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงในตลาดหุ้นบ้านเรามี (ลุงคนนึงที่ชอบคิดว่าเป็นผู้นำจิตวิญญาณ) เชียร์คนไปลงทุนเวียดนาม ลุงคนดีชอบวิจารณ์คนอื่น ซึ่งมองว่าเป้าหมายคือ ดร.นิเวศน์ นั้น ต้องบอกว่าไม่ได้มีการรู้จักกันเป็นการส่วนตัว อาจเคยเจอกันผ่านๆ หรืออาจมีการทักทายกันบ้างแต่ก็น้อยมาก ซึ่งส่วนตัวแล้วไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะไม่มีเหตุผลให้ต้องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร
นายนิเวศน์ กล่าวว่า ความจริงแล้วเป็นเพราะตัวเองก็อยู่ในวงการตลาดหุ้นมานาน ทำให้บางครั้งก็มีประเด็นที่เมื่อตัวเองแสดงความเห็นอะไรออกไป มีคนไม่เห็นด้วย หรือขัดกับผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น ทำให้เกิดความไม่พอใจในคนบางกลุ่มได้ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเจอในยุคของการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) ที่พอแสดงความคิดเห็นออกมา ก็ถูกต่อว่าทำให้ราคาร่วงลง แต่ความจริงตัวเองคงไม่ได้มีอิทธิพลมาก หรือมีน้ำหนักมากขนาดนั้น ตอนนี้ชินกับเหตุลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว เพราะคนที่ติดตามตัวเองมานานๆ จะรู้ว่าตัวเองไม่เคยพูดเพื่อให้เกิดความเสียหายกับใคร หรือกลุ่มใดอยู่แล้ว
นายนิเวศน์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นค่อนข้างซึมตัว โดยสาเหตุมองว่าเป็นเพราะตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ออกมาในไตรมาส 4/2565 สร้างความประหลาดใจ (เซอร์ไพร์ส) ตลาดมาก เนื่องจากการเติบโตน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แม้แต่คนในวงการหุ้นหรือนักธุรกิจเองก็งงไปหมด เนื่องจากไตรมาส 4 ที่ผ่านมาอยู่ในจังหวะของการฟื้นตัวกลับมา เพราะภาคการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้นแล้ว แต่ปรากฎว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้การส่งออกแย่ลง ส่งผลต่อการเติบโตเศรษฐกิจลดลง
นายนิเวศน์ กล่าวว่า หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตรงๆ เริ่มออกอาการไม่ค่อยดีมากนัก อาทิ ค้าปลีก ที่บรรยากาศหงอยลง จากช่วงที่ผ่านมาราคาปรับขึ้นได้ค่อนข้างดี โดยหากไตรมาส 1/2566 ภาพยังทรงตัวหรือไม่ดีขึ้น ก็คงต้องเหนื่อยต่อไป ราคาไม่วิ่ง ก็ต้องรอถึงกลางปีหรือปลายปี 2566 จึงจะฟื้นได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่หากกลับเข้ามาเที่ยวไทยแรงมากๆ ก็อาจสามารถชดเชยส่วนนี้ได้ ไม่ต้องรอถึงครึ่งหลังของปีนี้ จึงจะฟื้นตัวอีกครั้ง
“ในช่วง 2 สัปดาห์ถัดจากนี้ เมื่อมีการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยออกมาครบแล้ว จะได้รู้ทิศทางของตลาดหุ้นไทยในเดือนมีนาคม เป็นต้นไป ที่หากประกาศผลออกมาไม่ดีมากนัก ก็อาจต้องเหนื่อยกันต่ออีก เพราะความหวังที่จะได้เห็นดัชนีหุ้นฟื้นตัวอาจต้องลากเวลาออกไปเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเห็นหุ้นหลายๆ ตัวที่ออกอาการแล้ว หลังจากผลประกอบการออกมาไม่ดีเท่าที่คาดไว้” นายนิเวศน์ กล่าว

