นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH) เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงาน ปี 2565 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565) ว่ามีกำไรสุทธิ 179.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 135.40 ล้านบาท และมีรายได้รวม 2,647.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 2,470.39 ล้านบาท
ปัจจัยที่สนับสนุนให้มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลครบ 10 แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP , PTG ,TPCH 5 , TPCH 1 และ TPCH 2 ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 106.8 เมกะวัตต์
“ภาพรวมผลประกอบการของปี 2565 บริษัทฯ สามารถทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 10 แห่ง สามารถเดินเครื่องได้ตามปกติ ในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ (SP) ขนาดกำลังการผลิต 9.5 เมกะวัตต์ ขณะนี้ อยู่ในช่วงของปรับจูนเครื่องจักรและคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2566” นางกนกทิพย์กล่าว
นางกนกทิพย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้อนุมัติให้จ่ายปันผลงวดประจำปี 2565 แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด 0.183 บาท/หุ้น กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 28 เมษายน 2566 และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 โดยจะขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯในวันที่ 19 เมษายนนี้

นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (TPCH) กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2566 ว่าบริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายธุรกิจพลังงานทดแทนไปในต่างประเทศ ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เวียดนาม และกัมพูชา โดยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนสำหรับโครงการแรกในรูปแบบ IPP ประมาณไตรมาส 1/66
สำหรับแผนการลงทุนในประเทศ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงขยะ 5-7 โครงการ ภายใต้บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด (SP) ซึ่ง TPCH ถือหุ้นในสัดส่วน 50% เพื่อเข้าร่วมโครงการรับซื้อไฟฟ้าของภาครัฐ คาดว่า จะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ ประมาณ 1-2 โครงการ โดยเป็นโครงการรูปแบบ VSPP ทั้งหมด
ในส่วนของโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลาน กำลังการผลิตรับซื้อไม่เกิน 2.85 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา กำลังการผลิตรับซื้อไม่เกิน 2.85 เมกะวัตต์ ขณะนี้ การก่อสร้างมีความคืบหน้ากว่า 92% แล้ว และเริ่มทดสอบระบบเพื่อเตรียมความพร้อมในการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ คาดว่า จะสามารถ COD ได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2566
“ในปีนี้ TPCH พร้อมเดินหน้าศึกษาและพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนในหลากหลายรูปแบบ ทั้ง พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความชำนาญในพื้นที่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ส่วนในประเทศยังคงพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงขยะ รวมทั้ง พลังงานประเภทชีวมวลที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว และล่าสุด บริษัทฯ ได้ลงนามเซ็นสัญญาการซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน Renewable Energy Certificate : REC 2022 ที่บริษัทได้รับบางส่วนกับบริษัท คันไซ อิเล็กทริค เพาเวอร์ จากประเทศญี่ปุ่น จะช่วยส่งเสริมให้มีรายได้เข้ามาเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีแผนจะทำสัญญาการซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียนฯ ให้กับลูกค้าที่สนใจอีกหลายราย จึงมั่นใจว่า ปัจจัยเหล่านี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ผลงานในปีนี้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้และสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้” นายเชิดศักดิ์กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการมีกำลังการผลิตรวม 300 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็น โรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล 100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงขยะ 50 เมกะวัตต์ และโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และลมในต่างประเทศ 150 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568
ปัจจุบัน TPCH มีการจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้า 11 แห่ง ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP , PTG ,TPCH 5 , TPCH 1 และ TPCH 2 รวมทั้งโครงการโรงไฟฟ้าประเภทเชื้อเพลิงขยะ สยาม พาวเวอร์ (SP) ขนาดกำลังการผลิต 9.5 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 116.3 เมกะวัตต์

