หน้าแรก เศรษฐกิจ ต้นทุนพุ่ง ตล...

ต้นทุนพุ่ง ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังแข่งดุ ฉุดรายได้ ‘โอสถสภา’ หดตัว กำไรสุทธิวูบ 40.6%

22.02.23 | 23:05 น.

ต้นทุนพุ่ง ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังแข่งดุ ฉุดรายได้ ‘โอสถสภา’ หดตัว กำไรสุทธิวูบ 40.6%

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ บริษัทโอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP แจ้งผลการดำเนินงานปี 2565 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยระบุว่าปี 2565 ราคาต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นมาก โอสถสภาจึงตัดสินใจดำเนินกลยุทธ์ด้านราคาผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เอ็ม-150 ใหม่ ที่ราคา 12 บาท โดยเพิ่มคุณประโยชน์ให้ผู้บริโภคประกอบกับทำการสื่อสารและสนับสนุนด้านการตลาด เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น และถือเป็นการขับเคลื่อนการเติบโตมูลค่าตลาด

ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่นในอุดสาหกรรมไม่ได้ปรับใช้กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และมีการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายด้านราคาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบระยะสั้นต่อบริษัททั้งด้านปริมาณการขายและรายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลัง

ทั้งนี้ โอสถสภาใช้กลยุทธ์การใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์รองรับกลุ่มผู้บริโภคในตลาดทั้งสองราคา ประกอบกับปรับด้านการขายและกระจายสินค้าให้มีเสถียรภาพและสร้างการรับรู้ของตราสินค้า ซึ่งในเดือนธันวาคม 2565 ส่วนแบ่งการตลาดเริ่มทรงตัวและคาดการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จะช่วยผลักดันการเดิบโตของผลกำไรที่แข็งแกร่งในปี 2566

สำหรับปี 2565 มีรายได้รวม 27,482 ล้านบาท เติบโต 0.7% รายได้การขายอยู่ที่ 27,266 ล้านบาท เติบโต 1.9% มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30.6% ลดลง 3.6% และมีกำไรสุทธิที่ 1,934 ล้านบาท ลดลง 40.6%

ทั้งนี้จากทิศทางยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศพื้นตัวในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ประกอบกับการเดิบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ ผลักดันให้รายได้จากการขายในไตรมาส 4 เติบโต 4.1% การเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์เอ็ม-150 และการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายผ่านโครงการ Fast Forward 10x ช่วยลดผลระทบของราคาต้นทุนวัตถุดิบและราคาพลังงานที่สูงขึ้น

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายลดลงส่งผลให้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณการผลิตที่ลดลงของโรงงานผลิตขวดแก้วและโรงงานผลิตและบรรจุเครื่องดื่ม ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับ Q4/65 อยู่ที่ 29.9% ลดลง 4.6%

ทั้งนี้โอสถสภาเป็นผู้นำทั้งในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังและตลาดเครื่องดื่ม Functional Drinks โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่ม FunctionalDrinks เพิ่มขึ้น 5.5% จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชีวิท คาลพิส และเปปทีน ทำให้สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมอยู่ที่ 42.7% ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังอยู่ที่ 49.5% ลดลง 5.1% เป็นผลกระทบระยะสั้นจากการปรับกลยุทธ์ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เอ็ม-150

สำหรับแผนธุรกิจปี 2566 เศษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวช่วงปลายปี 2565 จากการฉีดวัคซีนครอบคลุมมากขึ้น เร่งเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ยังต้องเผชิญกับความท้ทายจากความไม่แน่นอนจากสถานการณ์รอบโลก ค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากแรงกดดันด้านเงินที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ราคาพลังงานและก๊าชธรรมชาติ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น และหนี้ภาคครัวเรือนที่มีสัดส่วนสูงขึ้น โดยโอสถสภามุ่งมั่นดำเนินงานด้วยความรอบคอบและคล่องตัว พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก