หน้าแรก เศรษฐกิจ “กสิกรไทย” รุ...

“กสิกรไทย” รุกธุรกิจใน ‘AEC+3’ ตั้งเป้าปี’66 ขึ้นแท่นแบงก์ชั้นนำในอาเซียน

23.02.23 | 11:22 น.

กสิกรไทยรุกธุรกิจใน ‘AEC+3’ ตั้งเป้าปี’66 เพิ่มรายได้ต่างประเทศต่อรายได้สุทธิ 4%

ธนาคารกสิกรไทย มุ่งมั่นขยายธุรกิจในตลาด AEC+3 เพื่อเป็นธนาคารแห่งภูมิภาค AEC+3 (A Regional Bank of Choice) อย่างต่อเนื่อง เน้นขยายธุรกิจในจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา และสปป.ลาว ชูยุทธศาสตร์การเงินผ่านดิจิทัลแบงก์กิ้ง

ช่วยให้ลูกค้าในภูมิภาคนี้มีชีวิตที่ดีและร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาค ตั้งเป้าปี 2566 เพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศต่อรายได้สุทธิเป็น 4% และมุ่งสู่การเป็น 1 ใน 20 อันดับธนาคารที่ดีที่สุดในเวียดนามและอินโดนีเซียภายในปี 2570

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยขยายธุรกิจในต่างประเทศ และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วภายใต้สถานการณ์โลกที่ท้าทายและยังอยู่ในสภาวะเพิ่งฟื้นตัว โดยในปี 2565

ธนาคารสามารถส่งมอบรายได้สุทธิ (Net Total Income) ให้ธนาคารกสิกรไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 % และปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าท้องถิ่นในต่างประเทศถึง 2.1 ล้านรายทั่วภูมิภาค

สำหรับปี 2566 ธนาคารกสิกรไทยจะขยายธุรกิจในตลาด AEC+3 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคAEC+3 (A Regional Bank of Choice) ด้วยการเดินหน้ากลยุทธ์ทางธุรกิจ 3 ด้าน

Advertisement

ประกอบด้วย 1.การรุกขยายสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจ 2.การขยายฐานลูกค้าที่มุ่งเน้นการใช้บริการในช่องทางดิจิทัล ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรของธนาคาร เพื่อต่อยอดสู่การเป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินแห่งภูมิภาค และ 3.การพัฒนาบริการทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เข้าถึงบริการของธนาคารได้จำกัด ซึ่งเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะการให้สินเชื่อดิจิทัลด้วยข้อมูลทางเลือก

นายชัช  เหลืองอาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยได้กำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายสำคัญในประเทศยุทธศาสตร์ ดังนี้ การดำเนินธุรกิจยังคงมุ่งเน้นไปที่ประเทศจีน และ AECด้วยการช่วยให้ลูกค้าท้องถิ่นในจีน เข้าถึงสินเชื่อเพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาชีวิตและธุรกิจ ด้านเวียดนาม

โดยได้เข้าไปให้บริการในเวียดนาม ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ใช้งานถึง 400,000 ราย ตั้งเป้าหมายปี2566 จะมีลูกค้าบุคคล 1.3 ล้านราย และจะเติบโตเป็นธนาคารที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรก (Top 20 Bank in Asset Size) ในประเทศเวียดนาม ภายในปี 2570

นอกจากนี้ อินโดนีเซีย โดยปลายปี 2565 ธนาคารได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารแมสเปี้ยนเป็น 67.5 % ส่งผลให้ธนาคารเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจในการควบคุม (Controlling Shareholder) ในธนาคารแมสเปี้ยน โดยการดำเนินงานต่อจากนี้ ธนาคารจะเน้นการทำ Transformation โดยนำประสบการณ์ ความพร้อม และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจธนาคารที่มีมายาวนาน

ทั้งนี้ ธนาคารได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ด้วยการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยและความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางการเงินของ KASIKORN Business Technology Group (KBTG) พัฒนาเทคโนโลยีในการให้บริการทั้งในจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย และประเทศอื่น ในภูมิภาค เพื่อตอกย้ำถึงยุทธศาสตร์ในการบริการที่มากกว่าแค่ธนาคาร (Beyond Banking) แห่งภูมิภาค AEC+3 อย่างสมบูรณ์