หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนจับตาเลื...

เอกชนจับตาเลือกตั้ง รบ.อนุมัติทิ้งทวนเพียบ ดันเงินสะพัด 1 แสนล้านบาท กังวลสุญญากาศ

23.02.23 | 14:52 น.

เอกชนจับตาเลือกตั้ง รบ.อนุมัติทิ้งทวนเพียบ ดันเงินสะพัด 1 แสนล้านบาท กังวลสุญญากาศ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เป็นไปได้ที่ก่อนการยุบสภา จะมีการเห็นอนุมัติโครงการต่างๆ ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการทิ้งทวน แต่ก็อยากให้พิจารณาถึงช่วงสุญญากาศหลังยุบสภาถึงตั้งรัฐบาลและได้นายกรัฐมนตรีใหม่ จะใช้เวลาหลายเดือน ดังนั้น โครงการค้างท่อและเป็นโครงการจำเป็นที่ผ่านมาการกลั่นกรองมาแล้ว

เชื่อว่าจะมีออกมาและชัดเจนในช่วงนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการดีเลย์ของโครงการที่ต้องดำเนินการในระยะสั้น และอนุมัติเพื่อเป็นกรอบงบประมาณผูกพันในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม แม้อยู่ในช่วงสุญญากาศ และเป็นรัฐบาลรักษาการณ์แต่หากประเทศเจอสถานการณ์ร้ายแรง อาทิ โรคระบาด ภัยธรรมชาติ ก็ยังสามารถอนุมัติการใช้งบประมาณเป็นกรณีฉุกเฉินได้

หากมองในแง่เศรษฐกิจโดยรวม ในช่วงสุญญากาศตรงกับช่วงครึ่งแรกของปี พอดีกับเศรษฐกิจโลกยังซึมตัว ที่จะมีผลต่อภาคส่งออก แต่จะได้กำลังใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนเข้ามาหนุน มีเงินสะพัดจากใช้จ่ายทุกมิติในช่วงเลือกตั้งตรงกับช่วงไตรมาส 2 ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เงินจำนวนนี้ตามนักเศรษฐศาสตร์เมื่อใช้จ่าย 1 รอบก็จะเกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนล้านบาทเป็นอย่างน้อย

เข้าไตรมาส 3 ภาคท่องเที่ยวต่างชาติก็จะมากขึ้น เศรษฐกิจโลกน่าจะเริ่มคลี่คลาย และได้รัฐบาลใหม่นายกรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็ถือว่าเป็นช่วงฮันนูมูลพีเรียด เงินจะสะพัดเข้าระบบเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ทำให้ความกังวลผลกระทบจากช่วงสุญญากาศไม่น่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจ แม้เกิดการลังเลต่อภาคลงทุน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดีที่มีการประกาศ วันเลือกตั้งที่ชัดเจน เพื่อที่ทั้งนักการเมือง และภาคธุรกิจจะได้มีการเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงรัฐบาลจะได้พิจารณาประเด็นที่ยังค้างอยู่ให้เรียบร้อย สำหรับประเด็นด้านเศรษฐกิจ ช่วงการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะมีเงินหมุนเวียนระหว่างนี้เยอะพอสมควรตามที่ ม.หอการค้าไทยได้ประเมินไว้ 8-9 หมื่นล้านบาท

Advertisement

ซึ่งในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลเชื่อว่าไม่กระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวมาก เพราะแผนงานต่างๆ ก็กำลังเดินหน้าได้ดี ปี 2566 นี้ ทั้งการท่องเที่ยวที่ได้จากการเปิดประเทศของประเทศจีนมาเสริม และการดึงดูดการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า ดังนั้นถ้ารัฐบาลมีเสถียรภาพและมั่นคง มีผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนตามระบอบประชาธิปไตย จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า การยุบสภาย่อมทำให้เกิดสุญญากาศ ทั้งด้านนโยบายที่ชะงักงัน หรือชะลอตัวลง อาจไม่ถึงกับไม่ทำอะไรเลย แต่จะเบาลงทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลไกราชการ เพื่อรอดูสถานการณ์ในอนาคต เป็นธรรมเนียมปกติของการเลือกตั้งใหม่

เพราะไม่รู้ว่าใครจะเข้ามามีอำนาจสั่งการ ผู้ที่เข้ามาใหม่อาจปรับเปลี่ยนนโยบาย ดังนั้นอยากให้รัฐบาลพยายามเดินงานต่อโดยไม่ต้องชะลอเครื่องจนดับจนงานสะดุด ยอมรับว่ากังวลในระดับหนึ่งแต่ไม่มาก หากเกิดสุญญากาศต้องพยายามรีบแก้ไข เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ของโลก

ข่าวน่าสนใจอื่น: