“บิ๊กตู่”ฉีดยาแรงท้ายปี แจกเงิน-ทุ่มแสนล.ลงจังหวัด จั๊มพ์เศรษฐกิจไทย

5.12.16 | 13:44 น.
แฟ้มภาพ

จากเป้าหมายของกระทรวงการคลังที่จะให้เศรษฐกิจไทยปี 2559 โตได้ถึง 3.3% และตั้งเป้าว่าในปี 2560 ขยายตัวจากปีนี้เล็กน้อย หรือโต 3.4% ถ้าดูตามเลขการดังกล่าวจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยช่วง 3 ปี ต่ำกว่าศักยภาพ ควรโต 4-5%

– อัดมาตรการกระตุ้นปลายปี

จึงทำให้ในช่วงปลายปีนี้กระทรวงการคลังอัดมาตรการทางด้านเศรษฐกิจเพิ่มหลายโครงการ ทั้งโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก (จำนำยุ้งฉาง) และช่วยค่าเก็บเกี่ยว มีชาวนาได้ประโยชน์ 4 ล้านครัวเรือน วงเงินรวม 77,600.06 ล้านบาท เริ่มจ่ายเงินไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน การจ่ายเงินให้ผู้มีรายได้น้อย ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 8.3 ล้านคน วงเงินรวม 19,250 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเริ่มจ่ายสัปดาห์นี้และตั้งเป้าจ่ายให้หมดภายในเดือนธันวาคมนี้

ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้นำค่าใช้จ่ายและค่าบริการผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ค่าที่พักในโรงแรมที่เกิดขึ้นช่วงเดือนธันวาคมนี้ มาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท เมื่อรวมมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวก่อนนี้ที่จะสิ้นปีเดือนธันวาคม 2559 ทำให้ประชาชนที่เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

นอกจากนี้คาดว่าในการประชุม ครม.วันอังคารที่ 13 ธันวาคม มาตรการช้อปช่วยชาติจะถูกเสนอเข้าสู่ที่ประชุม เพื่อให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการมาลดหย่อนภาษี 15,000 บาทมีกำหนดใช้จ่าย 15 วันก่อนปีใหม่ เมื่อรวมมาตรการกินช้อปสงกรานต์ 15,000 บาท และช้อปโอท็อปช่วยชาติ เมื่อช่วงเดือนสิงคมที่ผ่านมา 15,000 บาท ทำให้ตลอดทั้งปี 2559 มาตรการลดหย่อนภาษีจากการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ สูงถึง 75,000 บาท

Advertisement

มาตรการข้างบนเป็นแค่น้ำจิ้ม เพราะรัฐบาลประกาศออกมาแล้วว่าในปี 2560 จะมีมาตรการทางเศรษฐกิจออกมาต่อเนื่อง ล่าสุดออกนโยบายจัดทำงบบูรณาการกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มวงเงินรวม 1 แสนล้านบาท โดยให้กลุ่มจังหวัดเร่งสรุปโครงการให้ได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อสรุปงบประมาณเสนอ ครม.ช่วงเดือนมกราคม 2560 เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2560

– เร่งลงทุนรัฐ-เอกชน9แสนล.

ปีงบประมาณ 2560 เริ่มมาแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 รัฐบาลวางเป้าหมายให้รัฐวิสาหกิจลงทุนไม่น้อยกว่า 3-4 แสนล้านบาท หวังเอาไว้ว่าภาคเอกชนจะลงทุนตามมาไม่น้อยกว่า 2-3 แสนล้านบาท เมื่อรวมงบกลุ่มจังหวัดแล้วจะมีเงินลงทุนเพิ่มเติมจากงบปกติ 6-9 แสนล้านบาท ซึ่งนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง หวังว่าช่วยทำเศรษฐกิจในปี 2560 โตได้ไม่ต่ำกว่า 4% ถือเป็นขั้นต่ำของศักยภาพเศรษฐกิจไทย ถ้ารวมการลงทุนจากไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายแสนล้านบาท มีสิทธิลุ้นว่าเศรษฐกิจปีหน้าอาจโตได้ถึง 4.5% ส่วนจะโตสูงสุดถึง 5% หรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เพราะต้องอาศัยแรงส่งของเศรษฐกิจโลกเพิ่มเติม แม้ขณะนี้จะยังไม่ดีนักก็ตาม ดังนั้น หากเศรษฐกิจไทยโตได้ 4% นับว่าโตสวนทางเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในภูมิภาคแล้ว

นายสมชัยกล่าวว่า เดิมทีกระทรวงการคลังประเมินว่าในปีหน้าเศรษฐกิจจะโต 3.4% แต่รัฐบาลให้การบ้านมาว่าทำอย่างไรให้เศรษฐกิจโตแบบบิ๊กแบง คือให้ขยายตัวได้ตามศักยภาพ 4-4.5% ถ้าได้ 5% ก็ยิ่งดี จึงเป็นที่มาของงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี 1 แสนล้านบาท เพื่อให้กลุ่มจังหวัดนำไปใช้ในโครงการลงทุนที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ภายใต้ยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด และสอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0

– จั๊มพ์สตาร์ตเศรษฐกิจปี”60

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การจัดทำงบเพิ่มเติมกลางปี 1 แสนล้านบาท เพื่อให้กลุ่มจังหวัด 18 กลุ่ม ไปใช้ในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สามารถจัดสรรได้กลุ่มละ 5-6 พันล้านบาท จากเดิมกลุ่มจังหวัดได้รับงบเพียง 3-4 ร้อยล้านบาท โดยมีข้อแม้การใช้งบประมาณต้องผูกพันงบให้แล้วเสร็จก่อนกันยายน 2560 ส่วนในปีงบประมาณ 2561 เริ่มเดือนตุลาคม 2560 เตรียมเพิ่มงบประจำปีของกลุ่มจังหวัดเป็น 4 หมื่นล้านบาท เดิมจัดสรรเพียง 2 หมื่นล้านบาท คาดว่างบนี้จะหมุนในระบบเศรษฐกิจหลายรอบช่วยทำให้เศรษฐกิจในปีหน้าขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขอเรียกว่า จั๊มพ์สตาร์ต (Jump Start) เพราะเงินก้อนใหญ่ที่ลงไปทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปทั่วประเทศ ผลักดันให้เอกชนลงทุนตาม

สำหรับแหล่งที่มาของเงินนั้น กระทรวงการคลังจะออกเป็นพันธบัตรเพื่อขายให้ประชาชนและกลุ่มสถาบัน ช่วงต้นปีหน้าหลังจากมีความชัดเจนว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่

ถ้ากลุ่มจังหวัดขอมาไม่ครบ 1 แสนล้านบาท ออกพันธบัตรให้ครบ 1 แสนล้านบาทส่วนที่เหลือจะจัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านนำไปใช้ลงทุน

นอกจากนี้เตรียมความพร้อมมาตรการในปี 2560 เน้นในกลุ่มที่ยังเดือดร้อน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย และเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ช่วงต้นปี 2560 เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบมาตรการช่วยค่าครองชีพ อาทิ ค่ารถ ค่าไฟ ค่าน้ำ

– ใช้ประชารัฐขับเคลื่อน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดสรรงบ 1 แสนล้านบาทให้กลุ่มจังหวัด เป็นการเติมเต็มช่องว่างของการจัดสรรงบประมาณ ที่ผ่านมาการจัดสรรงบเน้นส่วนกลางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่รัฐบาลชุดนี้มองว่าควรให้เงินลงไปสู่กลุ่มจังหวัด เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศอย่างจริงจัง เห็นได้จากโมเดลธุรกิจของจีนช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่น ทำให้เศรษฐกิจจีนโตอย่างก้าวกระโดด

โดยโครงการที่จะเสนอมานั้นต้องผ่านการพิจารณาทั้งจากส่วนราชการ ประชาชน และเอกชนในท้องที่ ในลักษณะของประชารัฐ ซึ่งประชารัฐถือเป็นพลังที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ ในระยะต่อไปแม้รัฐบาลชุดนี้จะไม่อยู่แล้ว แต่ถ้าประชารัฐยังอยู่การเดินหน้าโครงการที่เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจ สังคม จะสามารถก้าวต่อไปได้

“ผมขอเรียกแนวทางลักษณะนี้ว่า ประชารัฐสร้างไทย เพราะที่ผ่านมาไทยเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว จนทำให้เกิดปัญหาด้านสังคมและการเมืองตามมา รัฐบาลชุดนี้จึงมานำแนวทางประชารัฐเข้ามาใช้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ ผลักดันให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือสังคมและท้องถิ่นให้มากขึ้น ซึ่งประชารัฐครบรอบ 1 ปี ไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา”

นายสมคิดกล่าวว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมาใช้เม็ดเงินช่วยเหลือเกษตรกรและคนยากจน เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากแล้วไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท เพื่อให้คนกลุ่มดังกล่าวยืนด้วยตัวเอง ซึ่งในอนาคตการช่วยเหลือต้องเป็นระบบมากขึ้น

– เอกชนยกมือหนุน

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการกระจายงบไปยังกลุ่มจังหวัด ที่ผ่านมาเอกชนเคยเสนอโครงการต่างๆ ผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) แต่โครงการยังไม่สามารถเกิดได้ เพราะไม่มีงบประมาณ หรือได้รับจัดสรรเพียงเล็กน้อย ครั้งนี้เมื่อรัฐบาลจัดสรรงบให้กลุ่มจังหวัดถึง 5-6 พันล้านบาทต่อกลุ่มจังหวัด น่าจะทำให้โครงการต่างๆ ที่เคยเสนอไปนั้นเกิดขึ้นได้จริง

ส่วนความหวังที่รัฐอยากเห็นเอกชนลงทุนตามนั้น ปี 2560 เศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เอกชนที่ยังรีรอลงทุนตัดสินใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะรายเล็ก ส่วนบริษัทขนาดใหญ่เท่าที่หารือสมาชิกมีแผนลงทุนบริษัทละหลายพันล้านบาทในช่วงปีหน้า

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาในขณะนี้ น่าจะช่วยดูแลเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง สำหรับงบบูรณาการกลุ่มจังหวัด 1 แสนล้านบาทมองว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในต่างจังหวัด และช่วยเพิ่มรายได้ให้คนต่างจังหวัดได้ระดับหนึ่ง ทำให้อุตสาหกรรมเบา อาทิ แปรรูปอาหาร แปรรูปสินค้าเกษตร ได้รับผลดี

ส่วนความคาดหวังที่จะให้เอกชนลงทุนเพิ่มนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องความชัดเจนของการเลือกตั้ง ภาวะเศรษฐกิจไทย ภาวะเศรษฐกิจโลก และนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ซึ่งการตัดสินใจลงทุนนั้นเอกชนใช้ฐานที่แตกต่างกัน แต่มีสัญญาณที่ดีว่าเอกชนจะลงทุน ซึ่งมาตรการที่รัฐออกมาช่วงนี้ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

เหลืออีกไม่กี่วันก็ผ่านพ้นปี 2559 แล้ว หลายฝ่ายรอลุ้นผลลัพธ์ว่าเศรษฐกิจจะโตกว่า 3% ได้มากน้อยแค่ไหน และปี 2560 เศรษฐกิจจะโตได้ 4-5% ได้จริงหรือไม่

ต้องจับตาดูว่าจะทำได้หรือไม่ หรือเป็นแค่ฝันข้างเดียวของรัฐเท่านั้น!!