ปี’65 โควิดสงบ รายได้ ‘สุกี้MK’ พุ่ง 1.5 หมื่นล้าน กำไรเพิ่มขึ้น 998% จ่อบุกธุรกิจอสังหาฯ
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จากัด(มหาชน) หรือM ผู้ประกอบการ ร้านอาหารสุกี้MK รายงานผลการดำเนินงานปี2565 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าในปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและบริการ 15,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,546 ล้านบาท หรือ 40.7 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและยอดขายสาขาเดิมก็ได้ปรับเพิ่มขึ้น38.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 4 ของปี 2565 อยู่ที่ 4,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 567 ล้านบาท หรือ 15.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า
มีกําไรขั้นต้น 10,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.2% และทีกําไรขั้นต้นสําหรับไตรมาส 4 ของปี 2565 อยู่ที่ 2,699 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม สัดส่วนกําไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายและบริการได้ปรับลดลงจาก 66.9 %ในไตรมาส 4 ของปี 2564 เป็น 65% ในงวดเดียวกันของปี 2565 สาเหตุหลักเนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ปรับตัวดีขึ้น โดยถึงแม้ว่าจะยังมีจํานวนผู้ติดเชื้อเป็นจํานวนมาก แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ทําให้อาการไม่หนักและสามารถรักษาตัวที่บ้านได้ ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
รวมถึงภาครัฐไม่ได้มีมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ลูกค้า ส่วนใหญ่กลับมาใช้บริการแบบทานที่ร้านเพิ่มขึ้น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวก็ได้เริ่มทยอยเดิน ทางเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการสามารถฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้บริษัทได้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อมาชดเชยกับต้นทุนต่างๆที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบทึ่ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก ส่งผลให้กําไรขั้นต้นในปีนี้ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
จากปัจจัยต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบต่อผลการดําเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทําให้กําไรสุทธิของบริษัทและบริษัทย่อยปรับเพิ่มขึ้นจาก 131 ล้านบาท ในปี 2564 เป็น 1,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,308 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น998.5 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สําหรับไตรมาส 4 ของปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อย มีกําไรสุทธิเท่ากับ 321 ล้านบาท ลดลง 78 ล้านบาท หรือคิดเป็น 19.7%
นอกจากนี้ MK ยังแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการ อนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายใ นอัตราหุ้นละ 0.90 บาท เป็นเงิน 828.79 ล้านบาทในวันที่ 24 พฤษภาคม 2566
และอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ3เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทและเพื่อให้ครอบคลุมถึงธุรกิจที่บริษัทอาจจะขยายในอนาคตจึงเห็นสมควรเพิ่มวัตถุประสงคข์องบริษัท
1. ประกอบกิจการประเภทสัตว์น้ำแปรรูป แช่เยือกแข็งและผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ 2.ประกอบกิจการซื้อขายให้เช่า ให้เช่าช่วงห้องเย็นห้องในอุณหภูมิปกติ อสังหาริมทรัพย์ โรงเรือนอาคารพานิชย์ อาคารชุด สถานที่ หรือพื้นที่ภายในอาคาร รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างทุกชนิด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆ


