ลุยค้าเศษเหล็กมั่วขอคืน ‘แวต’ สรรพากรเล็งออกกฎ ‘ล้อมคอก’
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า กรมสรรพากรเตรียมแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับ การเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ของธุรกิจรับซื้อเศษเหล็ก เพื่อแก้ปัญหาการโกงขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมเสนอจะออกพระราชกฤษฎีกาให้โรงหลอมเหล็ก ปลายทางของระบบการค้าขายธุรกิจค้าเหล็กในประเทศ ทำหน้าที่ออกใบกำกับภาษีขายแทนผู้ค้าเหล็ก ในระบบการค้าขายธุรกิจค้าเหล็กจะเริ่มจากผู้รับซื้อเศษเหล็กรายย่อย เช่น คนขี่รถซาเล้งออกไปรับซื้อเศษเหล็กตามบ้าน เพื่อมานำส่งขายให้กับผู้รวบรวมเศษเหล็ก มีทั้งรายเล็กและรายใหญ่ จากนั้นผู้รวบรวมเศษเหล็กจะขายเศษเหล็กให้กับโรงหลอมเหล็ก เพื่อแปรรูปนำกลับมาใช้อีกครั้ง กฎหมายปัจจุบันในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มกำหนดให้ผู้ขายเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีขาย
“ดังนั้น เมื่อบริษัทผู้รวบรวมเหล็กมาขายเหล็กให้กับโรงหลอมเหล็ก ผู้รวบรวมจะต้องออกใบกำกับภาษีขายให้กับโรงหลอม ผู้ขายจึงมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่อยู่ในอัตรา 7% ให้กับกรมสรรพากร แต่พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จะกำหนดให้ธุรกิจโรงหลอมเหล็ก เป็นผู้ออกใบกำกับภาษีขายแทนธุรกิจผู้รวบรวมเศษเหล็ก” นายลวรณกล่าว
นายลวรณกล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ต้องแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากเกิดปัญหาการปลอมใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มในธุรกิจนี้จำนวนมาก มีทั้งที่ตั้งใจปลอมใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อหวังขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มมากกว่าปกติ และมีทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจปลอมใบกำกับภาษี แต่เนื่องจากโรงหลอมเหล็กผู้รับซื้อเศษเหล็ก อาจมีใบกับภาษีปลอมติดเข้ามาด้วยจากผู้รวบรวมเศษเหล็กขาย เช่น มีใบกำกับภาษี 1 พันใบ พบใบกำกับภาษีปลอม 20 ใบ เมื่อกรมตรวจพบก็จะกลายเป็นคดีโกงภาษีโดยไม่ได้ตั้งใจจำนวนมาก และกฎของกรมสรรพากรคือ หากมีกรณีตรวจพบใบกำกับภาษีปลอมจะไม่มีการเจรจาเด็ดขาด
“สรรพากรมีคดีที่เกี่ยวกับการโกงใบกำกับภาษีในธุรกิจค้าเหล็กเยอะ เราก็ตรวจเข้ม ก็ไปดูจะทำอย่างไร ได้ทางออกมาแล้วคือ ระบบภาษีมูลค่ามีกลไกหนึ่งที่เรียกว่าการตรวจสอบย้อนหลัง ถ้าเราเชื่อมั่นในการทำธุรกิจของเขา เขาสามารถทำหน้าที่ทั้งภาษีขายและภาษีซื้อได้ทั้งสองขา เราคิดในกรมแล้ว กำลังดำเนินการด้านกฎหมาย และคุยกับผู้ประกอบการแล้ว เขาก็แฮปปี้ ในระยะสั้นจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ในระยะยาวจะทำให้ดีต้องแก้ที่ประมวลรัษฎากร” นายลวรณกล่าว
นายลวรณกล่าวอีกว่า การแก้ไขกฎหมายเพื่อให้โรงหลอมเหล็กเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีขายแทนผู้รวบรวมเหล็ก จะทำให้กรมสรรพากรตรวจสอบใบกำกับภาษี ของโรงหลอมเหล็กได้สะดวก เพราะมีไม่กี่รายในประเทศ แทนที่จะต้องไปตรวจสอบใบกำกับภาษีจากผู้รวบรวมเหล็กที่มีเป็นจำนวนมากในประเทศ กรมได้คุยกับผู้ประกอบการในธุรกิจนี้แล้ว เห็นด้วยกับระบบนี้ว่าจะสามารถสร้างความโปร่งใสในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของธุรกิจนี้ได้ กรมคาดว่าจะสามารถประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวได้ภายในปีนี้
นายลวรณกล่าวว่า ตามกฎหมายของกรมสรรพากรกำหนดให้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ประกอบการค้า และมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับกรม โดยทุกครั้งที่ขายสินค้าออกไปจะต้องออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ซื้อ ฝั่งผู้ขายจะเรียกว่าใบกำกับภาษีขาย ฝั่งผู้ซื้อจะได้รับใบกำกับภาษีซื้อ เช่น ราคาสินค้าราคา 100 บาท ผู้ขายจะบวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 บาท รวมเป็น 107 บาท ผู้ขายมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 บาทต่อกรมสรรพากรในเดือนถัดไป ส่วนฝั่งผู้ซื้อสินค้าต้องชำระเงินในราคา 107 บาทนั้น เท่ากับว่ามีภาระภาษี 7 บาท ภาษี 7 บาทนี้ถือเป็นภาษีซื้อของผู้ซื้อ ผู้ซื้อสามารถนำภาษีซื้อดังกล่าวมาหักออกจากยอดภาษีขายได้ กรณีภาษีขายน้อยกว่าภาษีซื้อ ธุรกิจนั้นก็จะได้รับการคืนภาษีส่วนเกิน

