‘บริทาเนีย’ บุกหนักปี’66 ลุยเปิดกว่า 2.2 หมื่นล้าน ตั้งเป้าขึ้นท็อป 5 ตลาดแนวราบใน 3 ปี

สุรินทร์ สหชาติโภคานันท์

‘บริทาเนีย’ บุกหนักปี’66 ลุยเปิดกว่า 2.2 หมื่นล้าน ตั้งเป้าขึ้นท็อป 5 ตลาดแนวราบใน 3 ปี

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดเผยว่า ในปี 2565 บริษัทเปิดโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่า 12,000 ล้านบาท มียอดขาย 11,045 ล้านบาท มีรายได้รวม 6,296 ล้านบาท เติบโต 65% และมีกำไรสุทธิ 1,471 ล้านบาท เติบโต 144% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยลูกค้าเป็นคนไทย 80% และต่างชาติ 20% ส่วนใหญ่เป็นคนจีนมาซื้อในทำเลอ่อนนุช พระราม 9 รามอินทรา ระดับราคา 20-50 ล้านบาท

สำหรับปี 2566 จะเปิด 20 โครงการใหม่ มูลค่า 22,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัว ซึ่งมีที่ดินพร้อมพัฒนาทั้งหมดแล้ว ตั้งเป้ามียอดขาย 13,000 ล้านบาท รายได้ 9,000 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18% โดยมีสต๊อกพร้อมโอน 2,000 ล้านบาท และมียอดรอรับรู้รายได้ 1,000 ล้านบาท

Advertisement

ขณะเดียวกันในปีนี้เตรียมงบซื้อที่ดินไว้ 5,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ซื้อไป 4,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในปี 2567 โดยสนใจในโซนตะวันตก อาทิ นนทบุรี ราชพฤกษ์ นครอินทร์ พระราม 2 ประชาอุทิศ กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ เป็นต้น

“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 ยังขยายตัวเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยท้าทาย คือภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยยังอยู่ช่วงขาขึ้น สงครามรัสเซียกับยูเครนยังยืดเยื้อ ยังส่งผลต่อต่อต้นทุนการก่อสร้างและราคาบ้าน ขณะที่การแข่งขันในตลาดก็ดุเดือด โดยเฉพาะแนวราบ เพราะผู้ประกอบการหันมาทำตลาดนี้มากขึ้น เราก็ต้องสร้างจุดต่างจากคู่แข่ง”

โดยในปี 2566 บริษัทยังเดินหน้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ “B To The Top” สู่เป้าหมายผู้นำธุรกิจพัฒนาบ้านจัดสรรระดับท็อป 5 ภายใน 3 ปี (2566-2568) โดยมีรายได้อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท ผ่านการผลักดัน 3 มิติ มิติแรก B The Growth เปิดตัวโครงการใหม่สูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทถึง 20 โครงการ มี 4 แบรนด์

ประกอบด้วย เบลกราเวีย 2 โครงการ ราคา 20-50 ล้านบาท, แกรนด์ บริทาเนีย 4 โครงการ ราคา 8-20 ล้านบาท, บริทาเนีย 12 โครงการ ราคา 4-8 ล้านบาท และ ไบรตัน 2 โครงการ ราคา 2.5-4 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา รวมถึงต่างจังหวัดในหัวเมืองใหญ่และเมืองรอง เช่น พิษณุโลก นครสวรรค์ ซึ่งในปีนี้มีเปิดโครการในต่างจังหวัด 4 โครงการ ได้แก่ ขอนแก่น อยุธยา ระยอง ชลบุรี สำหรับโครงการไฮไลต์ปีนี้คือ เบลกราเวีย ราชพฤกษ์-นครอินทร์ มูลค่า 1,200 ล้านบาท และ เบลกราเวีย พุทธมณฑล สาย 3 มูลค่า 1,700 ล้านบาท

“ตลาดจังหวัดเริ่มกลับมาคึกคัก หลังโควิดคลี่คลาย แต่การเข้าไปลงทุนในต่างจังหวัดนั้นไม่ง่าย เพราะแข่งขันก็สูงทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่น เราเข้าไปก็ต้องสร้างกระแสให้ลูกค้าสนใจ และต้องร่วมทุนกับแลนด์ลอร์ดในพื้นที่นั้นๆ ขณะนี้มีเจรจาอยู่หลายจังหวัด เช่น โคราช อุดรธานี เขาใหญ่ เป็นต้น”

สำหรับ มิติที่ 2 B The Craft มุ่งสู่การเป็นแบรนด์บ้านจัดสรรระดับท็อปในใจผู้บริโภค และ มิติที่ 3 B The Goodness รับผิดชอบต่อสังคม ทั้งในโครงการและชุมชนรอบด้าน มุ่งสู่เป้าหมายเน็ตซีโร่ในปี 2050 ติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป คลับเฮ้าส์ทุกโครงการและจุดอีวีชาร์จให้กับบ้านทุกหลัง ปัจจุบันบริทาเนียพัฒนาโครงการมาแล้ว 30 โครงการ คิดเป็นมูลค่าสะสม 36,449 ล้านบาท

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image