‘สง่า’ แจงกรณีการ์ด-คนขับตุ๊กตุ๊กทำร้ายต่างชาติ
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า จากกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติถูกทำร้ายร่างกายจากการ์ดที่ดูแลสถานบันเทิงในถนนข้าวสาร และกรณีถูกทำร้ายร่างกายจากคนขับรถตุ๊กตุ๊ก ในเหตุการณ์ชนกับรถแท็กซี่ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในถนนข้าวสาร และภาพรวมนั้น
ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการและการ์ดในแหล่งท่องเที่ยวถนนข้าวสารทั้งหมดได้หารือกับผู้กำกับ และรองผู้กำกับฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.ชนะสงคราม เพื่อกำหนดแนวทางที่ถูกต้องในการดำเนินการต่อไป อาทิ หากนักท่องเที่ยวทะเลาะกันจะต้องผลักดันออกนอกร้าน และแจ้งตำรวจ หรือหากเมาแล้วทำร้ายร่างกายคนอื่น ก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าระงับเหตุ จับกุมดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ เบื้องต้นกรณีการ์ดทำร้ายนักท่องเที่ยว เจ้าของร้านได้เลิกจ้าง และถูกดำเนินคดีจากตำรวจเรียบร้อยแล้ว รวมถึงผู้ประกอบการได้ปิดร้านชั่วคราว 3 วัน เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีคนขับรถตุ๊กตุ๊กนั้น ยังไม่ได้รับรายงานที่ชัดเจน จึงยังไม่สามารถบอกรายละเอียดเพิ่มเติมได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ผับข้าวสาร ไล่ออกแล้วการ์ด ‘ตบหน้า-ใส่กุญแจมือ’ นทท.ฝรั่ง แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย
- กำชับ ‘การ์ด’ ถนนข้าวสาร ห้ามใช้ความรุนแรงกับ นทท. ย้ำใช้ ‘กุญแจมือ’ กับลักวิ่งชิงปล้นได้
ใช้หลักปฏิบัติร่วมกัน
นายสง่ากล่าวว่า ผู้ประกอบการในถนนข้าวสารมีข้อตกลงร่วมกันอยู่แล้วว่าต้องไม่ใช้ความรุนแรง หรือก่อความรุนแรงในทางใดทางหนึ่ง เพราะเมื่อเป็นสถานบันเทิง หมายถึงต้องทำข้อตกลงร่วมกับคนดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจเมาจนไม่มีสติ ทำอะไรไปโดยไม่ยั้งคิดได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติหากเมาแล้วก็อาจเกเรได้เหมือนกัน อาทิ มีต่างชาติเมาแล้วยืนปัสสาวะข้างศาลพระภูมิก็มี รวมถึงมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้อีกมากมาย
นายสง่ากล่าวว่า ทำให้ผู้ประกอบการต้องกำชับการ์ดในสถานบันเทิงของตัวเอง ต้องไม่ใช้ความรุนแรงในการระงับเหตุใดๆ ทั้งสิ้น หากถูกทำร้ายร่างกายต้องแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดี ซึ่งสามารถเรียกร้องค่าเสียหาย เพื่อชดเชยจากเหตุทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นได้
“เรามีหลักปฏิบัติที่คุยกับผู้ประกอบการทุกร้านในถนนข้าวสาร แต่จะมีบางกรณีคือการ์ดที่เข้ามาทำงานใหม่ ยังไม่เข้าใจหลักในการทำงานอย่างถูกต้อง จึงพยายามให้จัดอบรมหลักปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้องในทุก 3-4 เดือน ไม่อย่างนั้นก็อาจลืมหน้าที่ของตัวเองในแบบที่ถูกต้องได้ แต่ยืนยันว่าการ์ดที่เข้ามาทำงานในถนนข้าวสารมีประวัติที่ถูกต้องในมือเจ้าหน้าที่ทุกคน เพื่อทำงานร่วมกับตำรวจ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น” นายสง่ากล่าว

คาดไตรมาส 1 เงินสะพัด 15 ล้าน
นายสง่ากล่าวว่า ภาพรวมบรรยากาศการท่องเที่ยวบนถนนข้าวสาร ขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวกลับคืนมาสูงมาก โดยเฉพาะชาวยุโรป แต่จำนวนนักท่องเที่ยวยังเทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ระบาดไม่ได้ เพราะจำนวนยังค่อนข้างห่างกัน โดยประเมินในแง่ผู้ประกอบการฟื้นกลับมาเปิดบริการ 90-95% แล้ว ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวคืนมาประมาณ 50% ภายใต้อัตราการเข้าพักที่ 70% เพราะมีโรงแรมและที่พักปิดตัวอยู่บ้าง
นายสง่ากล่าวว่า โดยในแง่รายได้ ในไตรมาส 1/2566 คาดว่าจะสร้างรายได้อยู่ที่ 15 ล้านบาท ซึ่งถือว่าฟื้นตัวกลับมาได้ดีมาก เทียบกับไตรมาส 1/2562 ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 2 หมื่นคนต่อวัน สร้างเม็ดเงินสะพัดอยู่ที่ 20 ล้านบาท จากจำนวนการใช้จ่ายเพียง 1,000 บาทต่อคนต่อวันเท่านั้น รวมการรับประทานอาหาร 3 มื้อและค่าห้องพัก

