หน้าแรก เศรษฐกิจ คอนโดไทยไม่เห...

คอนโดไทยไม่เหงา ‘จีน’ ยังช้อปโอนต่อเนื่อง ‘นายกสมาคม’ อ้อนรัฐให้วีซ่ายาวเท่าราคาซื้อ

28.02.23 | 18:10 น.

คอนโดไทยไม่เหงา ‘จีน’ ยังช้อปโอนต่อเนื่อง ‘นายกสมาคม’ อ้อนรัฐให้วีซ่ายาวเท่าราคาซื้อ

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า หลังจีนเปิดประเทศเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายคอนโดมิเนียมดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยอดโอนโครงการเก่าและยอดซื้อโครงการใหม่ โดยออริจิ้นตั้งเป้าปี 2566 จะมียอดขายคอนโดมิเนียมจากลูกค้าจีนประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาทและยอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของเป้ารายได้ทั้งปีนี้ เพิ่มขึ้นจากช่วงโควิดและปีก่อนมีรายได้ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท

นายพีระพงศ์กล่าวว่า เพื่อให้กำลังซื้อต่างชาติมีความต่อเนื่อง อยากให้รัฐบาลไม่ว่าชุดปัจจุบันหรือชุดใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งนั้น เห็นความสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอีกเครื่องยนต์จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

โดยในฐานะเป็นนายกสมาคมอาคารชุดไทย มีข้อเสนอให้รัฐพิจารณาการให้วีซ่าระยะยาวกับนักท่องเที่ยวต่างชาติพ่วงไปกับการซื้อคอนโดมิเนียม เช่น ซื้อ 3 ล้านบาท ได้วีซ่า 3 ปี ซื้อ 5 ล้านบาท ได้วีซ่า 5 ปี และซื้อ 10 ล้านบาท ได้วีซ่า 10 ปี เพื่อดึงดูดความสนใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และการลงทุนในด้านต่างๆ ได้ด้วย

“ตอนนี้เมืองท่องเที่ยวคึกคักมาก โดยเฉพาะภูเก็ต ที่นักท่องเที่ยวรัสเซียถึง 40% ที่หนีหนาวและสงครามเข้ามาซื้อและพักระยะยาวในโครงการพูลวิลล่าและโรงแรม ซึ่งเครือออริจิ้นมีโรงแรมที่ภูเก็ต พบว่ามีอัตราเข้าพัก 90% และพักยาวถึงเดือนมีนาคม-เมษายน นับเป็นโอกาสที่ดีมาก เราได้ซื้อที่ดินไว้หลายไร่และมีแผนจะเข้าไปลงทุนในภูเก็ต เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ มีบ้าน พูลวิลล่า คอนโดมิเนียมและโรงแรมรองรับกับดีมานด์” นายพีระพงศ์กล่าว

Advertisement

ด้าน นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะประสบปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อหรือรีเจ็กต์เรตสูงในกลุ่มสินค้าระดับกลาง-ล่าง จากภาวะหนี้ครัวเรือนยังสูง

อยากให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนผ่อนปรนมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือมาตรการ LTV ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กลับมาใช้เมื่อต้นปี หลังผ่อนปรนให้ 1 ปี และให้แบงก์รวมหนี้เป็นก้อนเดียวแล้วให้ชำระยาว โดยปี 2565 บริษัทมียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 20% สำหรับบ้านราคา 2.5-4 ล้านบาท ที่ผ่านมาต้องจับคู่ลูกค้ากับสถาบันการเงินเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น