“เออาร์ไอพี” โชว์รายได้ปี ’65 กำไรกระฉูด 132.68% กวาดรายได้ 226.54 ล้าน อานิสงส์การปลดล็อกดาวน์ งานอีเวนต์-กิจกรรมตลาดกลับมาปกติ ปีนี้มีคว้างานอีเวนต์กว่า 20 โครงการ รวมมูลค่าทะลุ 180 ล้าน รายได้โตต่ออีก 30%
นายบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2565 เป็นไปตามเป้าตั้งที่ไว้เติบโตจากปีก่อน 30% ซึ่งมาจากการปลดล็อกดาวน์ ทำให้บริษัทสามารถจัดงานอีเวนต์และกิจกรรมทางการตลาดได้ตามปกติ และสามารถส่งมอบงานต่างๆ ได้ตามเป้าหมาย ในปี 2566 นี้ arip ตั้งเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจภาพรวมให้มีรายได้เติบโต 30% จากปีก่อน โดยแบ่งสัดส่วนรายได้มาจาก 3 ส่วน คือ
1.Organic Business ประกอบด้วยธุรกิจสื่อ, ธุรกิจ Digital และ PR สัดส่วนประมาณ 35% ซึ่งปัจจุบันยังเป็นไปตามเป้าหมาย
2.Own Event ประกอบด้วยงานคอมมาร์ต และงานมอบรางวัลต่างๆ สัดส่วนประมาณ 30% ซึ่งเชื่อว่าสามารถจัดได้ครบทุกงาน ทั้งการจัดงานคอมมาร์ต 3 ครั้งต่อปี และงานมอบรางวัลต่างๆ ที่จัดร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะพัฒนาการจัดอีเว้นท์มากยิ่งขึ้น มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาผสมผสานเข้ากับการจัดงาน ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การพัฒนางานอีเวนต์ On Ground ให้เป็น Interactive มากขึ้น มีการนำเทคโนโลยี Human sensor ใช้ในการบอกข้อมูล สร้างเป็น Interactive Wall มีการนำเทคโนโลยี AR ที่จะเข้ามาช่วยให้แสดงผลข้อมูลมองเห็นเป็นมิติมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนให้กับทั้งบริษัทฯและลูกค้า และได้ข้อมูลคอนเทนต์ที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น ด้าน Online Event ปีนี้มีการพัฒนาเรื่อง Metaverse ร่วมกับบริษัทหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยี Interactive จากประเทศสิงค์โปร์คาดว่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาส 3
3.โปรเจ็กต์ของลูกค้า สัดส่วนประมาณ 35% ได้แก่งานที่เซ็นสัญญาแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ อาทิ งานพัฒนาแพลตฟอร์ม e-commerce ของงานออกร้านคณะภริยาทูตครั้งที่ 56 ที่เราพัฒนาให้กับสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3, งานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 2566 หรือ TAPA2023 ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, โครงการ From Gen Z to be CEO ของกระทรวงพาณิชย์ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2, งาน 4D Tourism Operators Day พัฒนา Courseware ให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), งานพัฒนาระบบบริหารจัดการคลังข้อมูลการเรียนรู้ ของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นต้น
ทั้งนี้ มีแบล๊กล็อกที่อยู่ในมือ ทั้งโปรเจ็กต์ที่บริษัทจัดเอง และโปรเจ็กต์ของลูกค้า รวมประมาณ 17 โครงการ มูลค่า 124 ล้านบาท และโปรเจ็กต์ที่คาดว่าจะได้อีกประมาณ 64 ล้านบาท ซึ่งโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่เข้ามาแล้วอยู่ในระหว่างดำเนินการและส่งมอบลูกค้าต่อไป
นายบุญเลิศ ให้ความเห็นถึงภาพรวมของสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีผลต่อบริษัทว่า การกลับมาของการท่องเที่ยว มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี มีการจัดงานมากยิ่งขึ้น ทิศทางการจัดงานอีเวนต์กลับสู่ภาวะปกติ ผู้คนกลับมาให้ความสนใจที่อยากเข้าร่วมงานอีเวนต์เป็นจำนวนมาก ในส่วนการจัดงานแบบออนไลน์ก็ยังสามารถทำให้ช่วยเสริมให้เป็นกิมมิค ช่วยให้งานมีสีสันมากขึ้น แต่ในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ เป็นตัวที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว โดยในส่วนตลาดไอที มีการชะลอตัวมาตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว และคิดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2 ของปีนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวัลใจ แต่พอผ่านไตรมาส 2 ไปคาดว่าจะกลับมาดีขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลกำไรได้มากขึ้นกว่าปีก่อน

