หน้าแรก เศรษฐกิจ ครม.แจกแหลกบั...

ครม.แจกแหลกบัตรคนจน ทุ่ม6.5หมื่นล้าน เติมเงินช้อปธงฟ้า 300 ช่วยค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาท

1.03.23 | 06:00 น.
จอดป้ายประชาชื่น : บัตรคนจน...การเมืองหรือกระเป๋าฟีบ!!

ครม.แจกแหลกบัตรคนจน ทุ่ม6.5หมื่นล้านบาท เติมเงินช้อปธงฟ้า 300บาท ช่วยค่าก๊าซหุงต้มเป็น 80 บาท อุ้มค่าน้ำ-ค่าไฟด้วย

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ครม.มีมติเห็นชอบการลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 มีจำนวนผู้ได้รับสิทธิ 14.59 ล้านคน จากลงทะเบียนทั้งหมด 22 ล้านคน โดยเติมวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน และวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน คาดว่ากระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติและเริ่มกระบวนการยืนยันตัวตน วันที่ 1 มีนาคม และเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐวันที่ 1 เมษายน สำหรับผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติ จะเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม-1 พฤษภาคม เริ่มประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติรอบอุทธรณ์และเปิดให้กระบวนการยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2566 ผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติรอบอุทธรณ์จะเริ่มใช้สิทธิได้
วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป

00ยืนยันตัวตนผ่าน3แบงก์รัฐ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.17 ล้านคน ส่วนผลคัดกรองบัตรสวัสดิการรอบใหม่ มีผู้ผ่าน 14.59 ล้านคน สำหรับงบประมาณที่ใช้ในโครงการนั้น เดิมกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2566 แต่ไม่เพียงพอ ครม.จึงอนุมัติงบประมาณกลางให้อีก 9,140 ล้านบาท รวมในโครงการในปีงบ 2566 ต้องใช้เงินทั้งสิ้น 6.54 หมื่นล้านบาท

นายอาคมกล่าวว่า ผู้ที่มีรายชื่อได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องยืนยันตัวตนผ่าน 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (สมาร์ท การ์ด) ใช้ในการยืนยันตัวตน ณ ธนาคารดังกล่าว ตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคารจากนั้นรอตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนของตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ในวันถัดไป หรือไปติดต่อ หรือโทรศัทพ์สอบถามที่หน่วยงานรับลงทะเบียน และเมื่อทราบผลแล้วว่ายืนยันตัวตนถูกต้องให้ดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชนเพื่อรับสิทธิสวัสดิการ โดยสามารถผูกบัญชีพร้อมเพย์กับธนาคารใดก็ได้

Advertisement

00กำหนดใช้สิทธิ5รอบเริ่ม1เมย.

นายอาคมกล่าวว่า การใช้สิทธิจะแบ่งเป็น 5 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 1 มีนาคม-26 มีนาคม จะได้เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 เมษายน รอบที่ 2 ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 27 มีนาคม-26 เมษายน เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 พฤษภาคม รอบที่ 3 ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 27 เมษายน-26 พฤษภาคม เริ่มใช้สิทธิ วันที่ 1 มิถุนายน รอบที่ 4 ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม-26 มิถุนายน เริ่มใช้สิทธิ วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 และรอบที่ 5 หรือรอบสุดท้าย ยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน เริ่มใช้สิทธิวันที่ 1 สิงหาคม สำหรับผู้ที่ยืนยันรอบ 2-4 จะได้รับสิทธิย้อนหลังได้ไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ และสิทธิย้อนหลังจะให้เฉพาะวงเงินการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าเท่านั้น ขณะที่ผู้ที่ยืนยันตัวตนรอบที่ 5 จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง โดยจะได้รับสิทธิเฉพาะเดือนที่กระทรวงการคลังดำเนินการตั้งวงเงินให้

00ให้วงเงินช้อปธงฟ้า300บาททุกคน

นายอาคม กล่าวว่า ขณะที่วงเงินสิทธิบัตรคนจนรอบใหม่ มีดังนี้ ค่าใช้จ่ายการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าทุกคน คนละ 300 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งจากเดิมแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มรายได้ตั้งแต่ 3 หมื่นบาท-1แสนบาทต่อปี จะได้รับ 200 บาทต่อคนต่อเดือน และกลุ่มรายได้น้อยกว่า 3 หมื่นบาท จะได้รับคนละ 300 บาทต่อคนต่อเดือน สำหรับส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มปรับเป็น 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน จากเดิมให้ 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน และส่วนลดค่าใช้จ่ายเดินทาง กำหนดให้ 750 บาทต่อคนต่อเดือน สามารถใช้ได้กับรถโดยสารสาธารณะทุกระบบ อาทิ รถโดยสาร ขสมก. รถร่วม บขส. รถไฟ รถไฟฟ้า รถสองแถวประจำทาง และเรือโดยสาร

นายอาคมกล่าวว่า ครม.ยังอนุมัติค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคให้เป็นค่าใช้จ่ายประจำในสิทธิสวัสดิการด้วย ได้แก่ ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน จากเดิมให้ผู้ถือบัตรต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า ก็จะให้กระทรวงการคลังชำระโดยตรงแก่ผู้ให้บริการ ได้แก่ การประปานครหลวง การประปาภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในกรณีใช้เกินสิทธิที่กำหนด คือ ค่าน้ำประปา 100 บาท หากใช้เกินกว่านั้น กระทรวงการคลังจะออกให้เพียง 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 315 บาทต่อเดือนผู้ถือบัตรต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดตั้งแต่บาทแรก นอกจากนี้ กรณีผู้ถือบัตรที่มีบัตรประจำตัวผู้พิการจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 200 บาทต่อคนต่อเดือน