หน้าแรก เศรษฐกิจ 37 อสังหาฯ โก...

37 อสังหาฯ โกยรายได้ปี’65 กว่า 3.34 แสนล้าน กำไรพุ่ง เอพี-แลนด์-ศุภาลัย ท็อปฟอร์ม

1.03.23 | 10:14 น.

37 อสังหาฯ โกยรายได้ปี’65 กว่า 3.34 แสนล้าน กำไรพุ่ง 4.4 หมื่นล้าน เอพี-แลนด์-ศุภาลัย ท็อปฟอร์ม

วันที่ 1 มีนาคม ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด เปิดผลสำรวจผลสำรวจ ผลประกอบการปี 2565 ของ 37 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบมีรายได้รวม 334,267.35 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 44,421.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.05% และ 27.94% ตามลำดับ

เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยมีความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ย 13.28% เพิ่มขึ้นจากความสามารถในการทำกำไรเฉลี่ยที่ 11.57% ในปี 2564

  • โดยบริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด(มหาชน) มีรายได้สูงสุดอยู่ที่ 38,702.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.02% ขณะที่บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) มีกำไรสุทธิสูงสุดอยู่ที่ 8,318.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.89%

เมื่อพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานของ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้สูงสุด พบว่า 10 บริษัทที่มีรายได้สูงสุดมีรายได้รวมกันทั้งสิ้น 252,092.14 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 75.14% ของรายได้รวมของ 37 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในขณะที่ 10 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำไรสูงสุด พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 41,850.30 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วน 94.21% ของกำไรสุทธิรวมทั้ง 37 บริษัท

สำหรับ 10 บริษัท มีรายได้สูงสุด ได้แก่

Advertisement
  • 1.บริษัท เอพี (ไทยแลนด์ ) จำกัด(มหาชน) มีรายได้รวม 38,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2%
  • 2.บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) มีรายได้ รวม 36,731.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.61%
  • 3.บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) มีรายได้รวม 35,500.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.75%
  • 4.บริษัท แสนสิริ จากัด (มหาชน) มีรายได้รวม 34,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%
  • 5. บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) มีรายได้รวม 28,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7%
  • 6. บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) มีรายได้รวม 21,583.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83%
  • 7. บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) มีรายได้รวม 16,010.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.54%
  • 8.บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) มีรายได้รวม 15,740.92 ล้านบาท ลดลง 1.26%
  • 9. บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 12,529.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.89%
  • 10. บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 11,567.90 ล้านบาท ลดลง0.28%

ส่วน 10 บริษัท มีกำไรสุทธิสูงสุด ได้แก่

  • 1. บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) มีกำไร 8,318.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.89%
  • 2. บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) มีกำไร 8,173.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.59%
  • 3. บริษัท เอพี (ไทยแลนด์ ) จำกัด(มหาชน) มีกำไร 5,877.45 ล้านบาท
  • 4. บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) มีกำไร 4,242.89 ล้านบาท
  • 5. บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) มีกำไร 4,212.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.72%
  • 6. บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) มีกำไร 2,772.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.83%
  • 7. บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) มีกำไร 2,556.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.94%
  • 8. บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) มีกำไร 2,395.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.47%
  • 9. บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) มีกำไร 2,030.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.46%
  • 10.บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) มีกำไร 1,271.45 ล้านบาท ลดลง 8.47%

ด้านสินค้าคงเหลือและที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทั้ง 37 บริษัทอยู่ที่ 600,548.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.96 % เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 30 กันยายน  2565 และเพิ่มขึ้น 10.21% เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2564 โดยแสนสิริมีมากสุด 85,859.15 ล้านบาท ,ศุภาลัย 65,675.18 ล้านบาท ,เอพี 55,260.79 ล้านบาท,แลนด์ฯ 48,558.11 ล้านบาท,พฤกษา 48,765.73 ล้านบาท,เอสซี 42,488.39 ล้านบาท,เฟรเซอร์ส 34,102.02 ล้านบาท,ออริจิ้น 26.339.09 ล้านบาท,เพอร์เฟค 21,344.9 ล้านบาทและควอลิตี้เฮ้าส์ 19,267 ล้านบาท

ทัังนี้เมื่อเทียบกับรายได้ปี2565 แสนสิริต้องใช้เวลาประมาณ 24 เดือน ในการขายสินค้าคงเหลือทั้งหมดกรณีที่ไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในขณะที่บริษัทอื่นๆต้องใช้ระยะเวลาในการขายประมาณ 18 ถึง 24 เดือนโดยเทียบจากรายได้ในปี 2565 กรณีที่ไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่