อาร์เอส กรุ๊ป เปิดผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 3,533 ล้านบาท กำไรสุทธิ 137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลเป็นหุ้น อัตรา 10:1 เปิดแผนธุรกิจปี 66 รุกต่อธุรกิจคอมเมิร์ซ-เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และ M&A ล็อคเป้า 5,500 ล้าน
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2565 เป็นปีที่ อาร์เอส กรุ๊ป มุ่งเน้นการขยาย Ecosystem ของธุรกิจคอมเมิร์ซ ทั้งเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ทั้งการเข้าซื้อธุรกิจขายตรงยูไลฟ์ (ULife) จาก บริษัท ยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นทางลัดสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทน (People Marketing) และศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับสากล อีกทั้งยังจัดตั้ง บริษัท อาร์เอส เพ็ท ออล์ จำกัด เพื่อสร้าง Petconomy ผลิต จัดจำหน่ายสินค้า และบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพกว่า 71 SKUs ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ เวลยู, คามูซี, ไวตาเนเจอร์พลัส และไลฟ์เมต
นายสุรชัย กล่าวว่า สำหรับปี 2566 เป็นปีแห่งการขยายธุรกิจในทุกมิติทั้งธุรกิจคอมเมิร์ซและธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ รวมถึงการลงทุนกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยาย Ecosystem ของ อาร์เอส กรุ๊ป ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเริ่มที่การปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมของบริษัทในเครือเพื่อ Spin-off เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยจุดมุ่งหมายสำคัญ คือทำให้ อาร์เอส กรุ๊ป เป็น “Life Enriching” ที่จะยกระดับทุกมิติของการใช้ชีวิตของลูกค้าและสัตว์เลี้ยงผ่านทุกกลุ่มธุรกิจในเครือ
และอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของอาร์เอส กรุ๊ป คือการลงทุนผ่าน M&A อย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอด Ecosystem ของโมเดลธุรกิจ Entertainmerce ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปี 2566 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 300-600 ล้านบาทต่อดีล ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลักดันบริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ CHASE เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะรับรู้กำไรพิเศษจากธุรกรรมนี้ทันทีในไตรมาส 1 ปี 2566 กว่า 100 ล้านบาท โดยจากแผนทั้งหมดนี้ มั่นใจว่าปีนี้จะสร้างรายได้รวมที่ 5,500 ล้านบาท
นายวิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ถือเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญของ อาร์เอส กรุ๊ป ในปีที่ผ่านมา รายได้เอ็นเตอร์เทนเมนต์เติบโต 39% จากปี 2564 โดยเป็นผลจากทั้งกิจกรรม คอนเสิร์ต และการเติบโตของรายได้การขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ ในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจยังเป็นความท้าทายกดดันต่อรายได้ของธุรกิจคอมเมิร์ซให้ลดลง 24% ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 3,533 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิเท่ากับ 137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งมาจากการเติบโตของธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์และประสิทธิภาพการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา 10 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นปันผล เป็นจำนวนไม่เกิน 97.25 ล้านหุ้น (ราคาหุ้น RS อยู่ที่ 15.40 บาทต่อหุ้น ณ วันที่ 28 ก.พ. 66) โดยจ่ายให้ผู้ถือหุ้นตามรายชื่อ ณ ปิดสมุดวันที่ 19 เมษายน 2566
นายวิทวัส กล่าวอีกว่า จากความพร้อมของ Ecosystem ที่ อาร์เอส กรุ๊ป ได้วางรากฐานไว้ ทั้งการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรง และการปูพรมช่องทางจำหน่ายให้แข็งแรงในปีที่ผ่านมา ประกอบกับตลาดและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัว จึงเป็นโอกาสของ อาร์เอส ทั้งในส่วนธุรกิจคอมเมิร์ซที่ประกอบด้วย RS Livewell และ RS Connect ที่จะสร้างยอดขายให้เติบโตด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 45 SKUs รวมถึงขยายตลาดด้วยช่องทางและพันธมิตรใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
ด้านธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เรามุ่งลงทุนในธุรกิจเพลงอีกครั้งร่วมกับพันธมิตรระดับโลก ซึ่งจะช่วยทั้งเพิ่มรายได้จากทรัพย์สินเพลงเดิมและสร้างฐานทรัพย์สินเพลงใหม่ พร้อมเดินหน้าสร้างรายได้จากอีเวนท์ และคอนเสิร์ตอย่างเต็มรูปแบบตลอดปีซึ่งจะสามารถสร้างรายได้มากกว่า 550 ล้านบาท
ล่าสุด COOLive (คูลไลฟ์) ภายใต้กลุ่มธุรกิจ RS Multimedia ในเครืออาร์เอส กรุ๊ป ประกาศแผน Showbiz ปี 2566 ภายใต้คอนเซปต์ #inCOOLsiveExperience สร้างประสบการณ์ร่วมที่คูลกว่าสำหรับทุกเจเนอเรชัน กับ 4 คอนเสิร์ตใหญ่ที่รวมทุกความออริจินัลของ อาร์เอส ที่ทุกคนคิดถึง ได้แก่ RS Hits Journey 2023, D2B 22nd Anniversary Concert 2023, Kamikaze Party Reunion และ RS Meeting Danceventure Concert 2023 และจะจัด Music Festival 4 ฤดู ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ ชะอำ, สวนผึ้ง กรุงเทพฯ และเขาใหญ่ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมคอนเสิร์ตใหญ่และ Music Festival กว่า 1 แสนคน

