สกพอ. เตรียมชง กพอ.เคาะหลักการแบ่งชำระสิทธิ์ ‘แอร์พอร์ต ลิงก์’ หวังลดผลกระทบโครงการไฮสปีด3สนามบิน
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ระบุว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 จนถึงปลายปี 2565 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน โดยเฉพาะแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (เออาร์แอล) ทำให้ผู้โดยสารและรายได้ของเออาร์แอล ลดลงจาก 70,000 คนต่อวัน เหลือ 10,000 คนต่อวัน ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของโครงการต่อสถาบันการเงิน เอกชนคู่สัญญาจึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) เยียวยาผลกระทบ จากเดิมกำหนดให้เอกชนคู่สัญญามีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าสิทธิเออาร์แอล เต็มจำนวน 10,671.09 ล้านบาท ในวันที่ 24 ตุลาคม 2564 เป็นการขอแบ่งชำระค่าสิทธิ เออาร์แอล พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 10 งวด
หากไม่มีการแก้ปัญหาการชำระค่าสิทธิ เออาร์แอล อาจทำให้เอกชนกลายเป็นผู้ผิดสัญญา และต้องยุติการเดินรถ เออาร์แอล ซึ่งจะทำให้บริการต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อประชาชน เนื่องจาก รฟท. ได้โยกย้ายบุคลากรของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ซึ่งเดิมทำหน้าที่เดินรถ เออาร์แอล ไปเดินรถไฟชานเมืองสายสีแดงแล้ว ทำให้ไม่มีบุคลากรมาเดินรถ เออาร์แอล แทน และหากให้ รฟฟท. ดำเนินการเดินรถ เออาร์แอล ต่อไป รฟท. ต้องรับภาระขาดทุนจากการดำเนินงานเฉลี่ยปีละ 309.5 ล้านบาท โดยมีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2564 เป็นจำนวนประมาณ 3,095 ล้านบาท และมีผลการขาดทุนสูงถึง 830.73 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2564 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
ในการแก้ปัญหานี้ สกพอ. ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล และต้องผลักดันให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ จึงเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ขอความเห็นชอบหลักการให้แบ่งชำระเงินค่าสิทธิ เออาร์แอล บนพื้นฐานความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งรวมถึงการจัดสรรความเสี่ยงระหว่าง รฟท. และเอกชนคู่สัญญาอย่างเหมาะสมเป็นธรรม โดย รฟท. ไม่เสียประโยชน์และเอกชนคู่สัญญาไม่ได้ประโยชน์เกินสมควร โดยเอกชนคู่สัญญายังคงเป็นผู้รับความเสี่ยงในจำนวนผู้โดยสาร การลงทุน ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงและให้บริการโครงการ เออาร์แอล
ส่วน รฟท. ก็จะพิจารณาบรรเทาผลกระทบให้ไม่เกินกว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 นั้น ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่อาจคาดการณ์ได้ก่อนลงนามสัญญาร่วมลงทุนฯ ไม่ใช่ความผิดของเอกชนคู่สัญญาและมีผลกระทบเกิดขึ้นจริงต่อโครงการฯ จึงควรพิจารณาความจำเป็นของการบรรเทาผลกระทบของเอกชนคู่สัญญาในการชำระค่าสิทธิ เออาร์แอล และจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบต่อไป
โดยผลจากการแก้ปัญหานี้ดังกล่าว จะช่วยให้การให้บริการของ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเอกชนคู่สัญญาสามารถชำระค่าสิทธิ เออาร์แอล บางส่วนเพื่อรับสิทธิการดำเนินโครงการ เออาร์แอล ได้ ในขณะที่ รฟท. ยังคงได้รับค่าสิทธิบางส่วนพร้อมดอกเบี้ยเพื่อลดภาระหนี้โครงการ เออาร์แอล ตามมติ ครม. รฟฟท. ไปให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ ประชาชนได้รับบริการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ตามกำหนด และเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์แก่ภาครัฐและประชาชน โดยแท้จริง

