นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร เปิดเผย ว่า หลังจากที่มีประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต เรื่องอายุข้อมูลในการประมวลผลข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต และการส่งข้อมูลของสมาชิก สำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน และอยู่ในฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติครบ 8 ปีแล้ว จะถูกลบออกจากประวัติการค้างชำระหนี้ในระบบฐานข้อมูลเครดิต เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้กลับเข้าสู่การขอสินเชื่อสถาบันการเงินได้อีกครั้ง
โดยล่าสุดพบว่า ลูกหนี้ที่ถูกลบออกจากฐานข้อมูลเครดิตในช่วง 2 ปีแรก (นับจากเริ่มโครงการเมื่อไตรมาสแรกปี 2558 จนถึง พ.ย. ปี 2559) มีจำนวนทั้งสิ้น 1,384,690 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนลูกหนี้ที่ออกจากระบบแล้วเกือบ 7 แสนราย ขณะที่มีมูลหนี้ที่ถูกลบไปทั้งสิ้น 328,972 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2560 คาดว่าจะมีลูกหนี้ที่จะถูกลบออกจากเครดิตบูโรอีกราว 300,000 บัญชี หรือคิดเป็นมูลหนี้ที่จะออกจากระบบทั้งสิ้น 80,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จำนวนลูกหนี้ที่ถูกลบชื่อออกจากเครดิตบูโรจำนวนกว่า 1.3 ล้านบัญชีนั้น มีโอกาสที่จะกลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อใหม่ได้ประมาณ 67,683 บัญชี หรือเป็นสัดส่วนราว 5.5% จากลูกหนี้ที่ออกจากระบบทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จำนวนลูกหนี้ที่กลับเข้าสู่ระบบ ถือว่ามีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนลูกหนี้ที่ออกจากระบบทั้งหมด เนื่องจากส่วนหนึ่งมาจากผู้กู้มีอายุมากแล้ว โดยกลุ่มนี้มีประวัติติดหนี้มาตั้งแต่ก่อนหน้าวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ขณะที่ปัจจุบันรายได้ของคนในกลุ่มดังกล่าวก็ไม่เพียงพอในการชำระเงินคืนสถาบันการเงินได้ จึงทำให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ขาดโอกาสในการกลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินอีกครั้ง
ขณะที่ปัจจัยอีกส่วนหนึ่งมาจากการที่ธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) หรือธนาคารของรัฐต่าง ๆ มีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประวัติค้างชำระหนี้ติดอยู่ในเครดิตบูโร ทำให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ยังไม่สามารถกลับเข้าสู่ระบบได้

