หน้าแรก เศรษฐกิจ ลาก่อนอากาศหน...

ลาก่อนอากาศหนาว ‘อุตุฯ’ ประกาศเข้าฤดูร้อน 5 มีนาคม คาดร้อนกว่าปีก่อน สูงสุด 43 องศา

3.03.23 | 12:28 น.

‘กรมอุตุฯ’ ประกาศเข้าฤดูร้อน 5 มี.ค. คาดอุณหภูมิสูง 40-43 องศา ‘สุโขทัย ตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน’ ร้อนสุด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 มีนาคม ที่ห้องปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา นางชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2566  กล่าวว่า กรมอุตุฯประกาศเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2566 ตามเกณฑ์พิจารณา ฤดูร้อนเริ่มต้น 5 มีนาคม สิ้นสุดช่วงกลางพฤษภาคม 2566 คาดว่าปีนี้จะร้อนกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะ จ.สุโขทัย ตาก ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ร้อนที่สุด อุณหภูมิสูง 40-43 องศา ช่วงปลายเดือนมีนาคม-เมษายน

ขณะที่ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีโอกาสเกิดพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่

ส่วนหน้าร้อน ภาคใต้ ปีนี้ ช่วงปลายเดือนเมษายนเป็นต้นไป จะมีฝนเพิ่มขึ้น ตกต่อเนื่อง และตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ฝั่งอันดามันคลื่นสูง 2-3 เมตร นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังการก่อตัวของพายุไซโคลนฝั่งอันดามันด้วย

Advertisement

นางชมภารีกล่าวว่า ประเทศไทยสิ้นสุดฤดูหนาวและจะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนในวันที่ 5 มีนาคม 2566 ตามเกณฑ์การพิจารณาการเข้าสู่ฤดูร้อนมี 3 องค์ประกอบ ดังนี้

1.ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน เปลี่ยนจากมรสุมจะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ หรือลมฝ่ายใต้พัดปกคลุม

2.พื้นที่ส่วนใหญ่ของไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยอุณหภูมิสูงสุดที่วัดได้คือ 35 องศาเป็นต้นไป อย่างน้อย 3 วัน

3.เกณฑ์อากาศร้อน ใช้อุณหภูมิสูงสุดประจำวันและใช้เฉพาะฤดูร้อน
อากาศร้อน อุณหภูมิตั้งแต่ 35.0-39.9 องศาเซลเซียส
อากาศร้อนจัด อุณหภูมิตั้งแต่ 40.0 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ทั้งนี้ ประเทศไทยจะสิ้นสุดฤดูร้อนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2566 โดยปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 35.5 องศา ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว และจังหวัดที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงที่สุด 40-43 องศา เป็นจังหวัดที่ทำสถิติมาโดยตลอด ได้แก่ จ.สุโขทัย ตาก ลำปาง และแม่ฮ่องสอน สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิสูงสุด 38-39 องศา

จากคาดหมายลักษณะอากาศ บริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงตั้งแต่เริ่มต้นฤดูร้อนไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม 2566 จะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน กับมีหมอกหนา โดยที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า จากนั้นจนถึงปลายเดือนเมษายนอากาศจะร้อนอบอ้าวโดยทั่วไป รวมทั้งมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่ อุณหภูมิสูงที่สุด 40-43 องศา

ในช่วงนี้อาจเกิดพายุฤดูร้อน โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง รวมทั้งอาจมีลูกเห็บตกในบางแห่ง ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรได้ ส่วนปริมาณฝนยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของหลายพื้นที่

นางชมภารีกล่าวว่า ส่วนในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคมที่เป็นช่วงปลายฤดูร้อน ลักษณะอากาศจะเริ่มแปรปรวน โดยยังคงมีอากาศร้อนอบอ้าวในบางช่วงกับจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับทางด้านภาคใต้ของประเทศไทย ประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ คลื่นลมทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทยสูง 1-2 เมตร จากนั้นจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมจะมีฝนตกชุกหนาแน่นเพิ่มขึ้นและต่อเนื่องโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ คลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ในบางช่วงอาจสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอ่าวไทยยังคงมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

“ในช่วงเปลี่ยนฤดูจากปลายฤดูหนาวไปต้นฤดูร้อน (ปลายกุมภาพันธ์-กลางมีนาคม) บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะกับอากาศประเทศไทยที่เริ่มร้อนขึ้น ต่อมาในช่วงกลางฤดูร้อน (กลาง มีนาคม-เมษายน) ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน” นางชมภารีกล่าว

ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

นางชมภารีกล่าวว่า ประกอบกับกับมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน และลมที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทย ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยนี้จะส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อน พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ โดยจะมีผลกระทบกับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในวันแรก ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีผลกระทบในวันถัดไป

ทั้งนี้ คาดการณ์ปริมาณฝนในปี 2566 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนใกล้เคียงค่าปกติ ภาคใต้ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าปกติเล็กน้อย อาจเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในปลายเดือนมิถุนายนและต้นเดือนกรกฎาคม

ดังนั้น จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรวางแผนรับมือกักเก็บสำรองน้ำไว้ใช้เพาะปลูกและติดตามคาดหมายสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องไว้ด้วย