ร้านค้าสังฆภัณฑ์ ส่ายหัวยอดขาย ‘มาฆบูชา’ ยังเงียบ ค้าภายในหารือ 3 ฝ่ายรับมือหมูหน้าร้อนราคาพุ่ง
วันที่ 3 มีนาคม นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม ที่ร้านจำหน่ายสังฆภัณฑ์ บริเวณหน้าวัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ และในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาประชาชื่น เพื่อให้ความมั่นใจต่อประชาชนที่จะได้ซื้อสินค้าคุณภาพและราคาเหมาะสมสำหรับการใช้จ่ายช่วงวันมาฆบูชา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 6 มีนาคม
โดยพบว่า ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน และตรวจสอบการหมดอายุของสินค้าที่ต้องไม่เกิน 6 เดือน สำหรับกำลังซื้อผู้ประกอบการเห็นว่าภาพรวมใช้จ่ายจะดีขึ้นกว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่กำลังซื้อไม่กลับมาเท่าเดิมเหมือน 4-5 ปีก่อนหน้านี้ ปัจจัยคือภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ราคาสินค้าโดยรวมสูงทำให้ประหยัดใช้จ่าย และพฤติกรรมการสั่งซื้อและการทำบุญผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น การมาซื้อตามร้านค้าหรือห้างจะน้อยลง

“จากสอบถามร้านค้าหรือห้าง ยอมรับว่ายอดซื้อไม่ได้ดีขึ้น จากเดิมเคยซื้อชุดใหญ่ 5-9 ชุด ก็เหลือ 1-3 ชุด ทำให้ผู้ประกอบการปรับตัวลดขนาดชุดหรือเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ เช่น เลือกสินค้าแบบนำมาแพค แทนการจัดเป็นชุดสำเร็จเหมือนความนิยมในสมัยก่อน ราคาต่อชุดก็ย่อมเยามากขึ้น และได้กำชับผู้ประกอบการชุดไทยธรรมหรือชุดสังฆทานผู้ประกอบการต้องแสดงรายการสินค้า ขนาดน้ำหนักต่อหน่วย ปริมาณการบรรจุและราคาของสินค้า แต่ละรายการที่บรรจุในชุดไทยธรรมหรือชุดสังฆทาน
รวมทั้งค่าภาชนะที่บรรจุ รายการและราคาของสินค้าต้องมีขนาดตัวอักษรและตัวเลข (FONT) ตั้งแต่ขนาด 16 ขึ้นไป หรือมีขนาดเทียบเท่า และห้ามมิให้ฉวยโอกาสปรับราคาจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่มีเหตุผลอันควร เพื่อคุ้มครองดูแลให้ผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้า หากไม่ปิดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือขายเกินควรมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท” นายอุดมกล่าว
นายอุดม กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลราคาเนื้อหมู หลังกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรมีการส่งสัญญาณจะขยับราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มตามเป้าหมายที่ 95 บาทต่อกิโลกรัมนั้น กรมมีการติดตามสถานการณ์และการเคลื่อนไหวของราคาหมูชำแหละทุกวัน ซึ่งพบว่า ราคาหน้าฟาร์มที่เคยลง เริ่มนิ่ง น่าจะมีจากหลายสาเหตุ คือ ความต้องการบริโภคเพิ่ม หมูนอกระบบลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาหมูเคยสูงจากผลผลิตหมูในประเทศลดลงมาก ต้นทุนเลี้ยงสูง และมีหมูตามชายแดนที่มีราคาถูกกว่าในไทยลักลอบเข้ามา และเมื่อราคาหมูแพง ทำให้หันไปบริโภคโปรตีนอื่นแทน เช่น เนื้อไก่ ปลา ไข่ไก่ หรือ ลดเมนูจากหมู

“เร็วๆ นี้จะหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ผลิต ผู้ค้า หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล เรื่องราคาที่จะออกมาแต่ละช่วงก็ต้องเห็นชอบกันทุกฝ่าย ซึ่งทางปฎิบัติราคาเนื้อหมูต้นทางถึงปลายทาง มีข้อตกลงในการคำนวณ เช่น หากหมูฟาร์มต้นทาง 70 บาท ราคาเขียงก็ไม่เกิน 140 บาท ยกเว้นบางพื้นที่ห่างไกลมีเรื่องค่าขนส่งสูง ราคาจะเกินนี้ ซึ่งวันนี้ราคาเนื้อหมูแดงเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 155 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาอยู่ในช่วง 150-230 บาท อย่างแม่ฮ่องสอนราคาจะสูงสุดประมาณ 220-230 บาท แต่แหล่งใกล้ชำแหละก็ 150 บาท จากราคาหมูหน้าฟาร์ม 80 บาท ที่ราคาหน้าฟาร์มถึง 95 บาท อาจมีผลต่อราคาขายปลีก 180-190 บาทในเดือนเมษายนนั้น ต้องดูหลายปัจจัย ทั้งเรื่องต้นทุนเลี้ยงโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย ค่าใช้จ่าย และราคาที่ผู้บริโภครับได้” นายอุดมกล่าว
ด้านผู้บริหารสาขา ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาประชาชื่น กล่าวถึงกำลังซื้อชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม ว่า กำลังซื้อสินค้าเพื่องานบุญดีขึ้น แต่สำหรับการซื้อชุดสังฆทานและชุดไทยธรรม ดูย้อนหลังตั้งแต่เทศกาลขึ้นปีใหม่เรื่อยมา พบว่า กำลังซื้อดีในช่วงใกล้เทศกาลและเฉลี่ยมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นบาทต่อเทศกาล ถือว่าเป็นตัวเลขทรงตัว และความนิยมซื้อจะเลือกราคาต่ำกว่า 300 บาท มากขึ้น กว่าในอดีตจะซื้อราคาประมาณ 500 บาท

