เปิดไซต์ก่อสร้าง ทางคู่สายใหม่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” ไฮไลต์สำคัญอุโมงค์ยาวสุดในไทย 6.2 กม.

เปิดไซต์ก่อสร้างทางคู่สายใหม่ “เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ” ไฮไลต์สำคัญอุโมงค์ยาวสุดในไทย 6.2 กม. เริ่มขุดอุโมงค์ฝั่งเหนือแล้ว

วันที่ 3 มีนาคม 66 นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การรถไฟฯ อยู่ระหว่างการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายเหนือ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทางรวม 323.10 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเส้นทางยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบรางของประเทศไทย เพื่อเชื่อมโครงข่ายรถไฟเดิมเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยจะช่วยส่งเสริมการเดินทาง และการขนส่งสินค้าจากประเทศไทย ไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายขึ้น และค่าใช้จ่ายลดลง

ปัจจุบันการก่อสร้างงานโยธา 3 สัญญา ประกอบด้วย สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 104 กม., สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 135 กม. และสัญญาที่ 3 ช่วง ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 84 กม. ภาพรวมมีความก้าวหน้าร้อยละ 0.75 เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยในสัญญาที่ 2 ได้เริ่มดำเนินงานขุดอุโมงค์ฝั่งเหนือไปแล้วเป็นระยะทางประมาณ 4 เมตร นับเป็นผลงาน 0.15% ในระยะเวลาเริ่มงาน 10 วัน ทั้งฝั่ง up track และ down track ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการขุดครึ่งส่วนบนของหน้าตัดอุโมงค์ (top heading) และติดตั้งระบบค้ำยันดิน (primary support)

ทั้งนี้ อุโมงค์สัญญา 2 ประกอบด้วย ชั้นดิน และชั้นหิน วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ คาบเกี่ยว 2 จังหวัด คือ ลำปาง และพะเยา เป็นอุโมงค์คู่รางเดี่ยว แบ่งเป็นฝั่ง up track และ down track ความยาว 2,700 เมตร (ทั้งหมด 5,400 เมตร) ภายในอุโมงค์มีทางเชื่อม 2 ประเภท คือ ทางเชื่อมกรณีฉุกเฉินเพื่ออพยพ (cross passage) 11 จุด และทางเชื่อมที่เป็นห้องควบคุมงานระบบ (equipment room) 4 แห่ง ทั้งนี้ในการก่อสร้าง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ติดตาม และรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานอยู่เสมอ พร้อมร่วมหารือถึงแนวทางแก้ไขให้โครงการบรรลุผลสำเร็จ และเน้นย้ำให้ผู้รับจ้างคำนึงถึงความปลอดภัยในการก่อสร้างเป็นสำคัญ

Advertisement

อย่างไรก็ตาม นอกจากความก้าวหน้างานด้านโยธาแล้ว ปัจจุบันการรถไฟฯ ยังได้เร่งรัดการดำเนินงานเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้าง ให้โครงการสามารถเสร็จสิ้นได้ตามแผนต่อไป โดยทั้ง 3 สัญญามีพื้นที่ที่ต้องดำเนินงานเวนคืน รวม 8,665 แปลง 12,076 ไร่ แบ่งเป็น ที่ดินมีเอกสารสิทธิ 7,704 แปลง ที่ดิน สปก. 783 แปลง พื้นที่ป่า 13 แปลง อื่นๆ 465 แปลง และสิ่งปลูกสร้าง 5,053 รายการ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์กับชาวบ้านที่ถูกเวนคืนในโครงการ แล้ว โดยสัญญาที่ 1 มีความก้าวหน้า ร้อยละ 54 สัญญาที่ 2 มีความก้าวหน้า ร้อยละ 29% และสัญญาที่ 3 มีความก้าวหน้า ร้อยละ 49%

สำหรับโครงการรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มีจุดเริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย จังหวัดแพร่ มุ่งไปทางทิศเหนือผ่านพื้นที่ 59 ตำบล 17 อำเภอ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่ ลำปาง พะเยา และสิ้นสุดที่ด่านพรมแดนเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยปลายทางจะบรรจบกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ซึ่งในอนาคตจะถูกพัฒนาไปเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเชียงของ รูปแบบเส้นทางเป็นทางคู่ใหม่ขนานกันตลอดเส้นทาง มีสถานีทั้งสิ้น 26 สถานี ประกอบด้วย สถานีขนาดใหญ่ 4 สถานี สถานีขนาดเล็ก 9 สถานี และป้ายหยุดรถ 13 แห่ง มีลานขนถ่ายสินค้าจำนวน 4 แห่ง และย่านกองเก็บและบรรทุกตู้สินค้า 1 แห่งที่สถานีเชียงของ บนพื้นที่ 150 ไร่ พร้อมแนวถนนเชื่อมต่อด่านชายแดนเชียงของ

จุดเด่นที่สำคัญของโครงการนี้คือ เป็นโครงการที่ก่อสร้างโดยไม่มีจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ-รถยนต์เพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยมีการออกแบบรั้วกั้นเขตตลอดแนวสายทางของการรถไฟฯ และออกแบบสะพานข้ามทางรถไฟ สะพานข้ามถนน และถนนลอดทางรถไฟ ตลอดจนสะพานลอย ทางเท้า และทางรถจักรยานยนต์ข้าม และลอดทางรถไฟ รวม 254 จุดตลอดแนวเส้นทาง และยังมีอุโมงค์คู่ 4 แห่ง ตามแนวเส้นทางที่พาดผ่านพื้นที่ภูเขา รวมระยะทางประมาณ 13.9 กม. และมีอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในไทย 6.2 กม. โดยเป็นสายทางที่คาดการณ์ว่าจะสวยที่สุดของการรถไฟฯ นอกจากนี้ยังมีลานกองเก็บสินค้า CY มากถึง 5 แห่ง เพื่อให้สามารถเพิ่มศักยภาพในการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

ขณะเดียวกันยังออกแบบสถานีต่างๆ ให้สวยงาม สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของพื้นที่ อาทิ สถานีไร่เชิญตะวัน จะนำวัสดุธรรมชาติ ประเภทไม้ไผ่ มาใช้ในการออกแบบโครงสร้าง เสา โครงหลังคา ลวดลายประดับ และนำรูปแบบของประตูชัย ซึ่งเป็นประตูด้านในของไร่เชิญตะวันมาออกแบบเป็นอาคารพักคอย บริเวณป้ายหยุดรถไฟด้วย นอกจากนี้ในการออกแบบทุกสถานี ยังยึดหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสถานี เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึง และใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย และเท่าเทียมกัน พร้อมกันนี้ยังสร้างคุณค่าในตัวสถานีด้วยการจัดพื้นที่ห้องโถงสถานีแสดงผลงานของเหล่าจิตรกรประจำจังหวัดแพร่ พะเยา และเชียงรายด้วย

นายเอกรัช กล่าวว่า การรถไฟฯ มีความมุ่งมั่นดำเนินงาน และเร่งรัดพัฒนาโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายเหนือ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่วางไว้ โดยตามแผนงานจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2571 ซึ่งโครงการนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางได้เร็วกว่า 1-1.30 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยรถยนต์ จึงเป็นเส้นทางรถไฟแห่งอนาคตที่จะสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งด้านการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจการค้า สร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นเส้นทางรถไฟที่มีทัศนียภาพสวยงามของธรรมชาติตลอดทาง และสามารถสร้างความประทับใจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดี

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image