หน้าแรก เศรษฐกิจ ท่องเที่ยวฟื้...

ท่องเที่ยวฟื้นแรง ดันโรงแรมโตพุ่ง “CENTEL” โชว์ไตรมาส 4/65 กำไร 498 ล้าน

3.03.23 | 19:15 น.

ท่องเที่ยวฟื้นแรง ดันโรงแรมโตพุ่ง “CENTEL” โชว์ไตรมาส 4/65 กำไร 498 ล้าน

วันที่ 3 มีนาคม 66 นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และ รองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในปี 2566 แม้ว่าการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงปัจจัยบวกการเริ่มเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เร็วกว่าคาด แต่ยังคงต้องติดตาม และบริหารจัดการต้นทุนอาหาร พลังงาน และค่าจ้างแรงงานที่มีการปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงแนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์

โดยการเติบโตของธุรกิจในปี 2566 จะมาจากทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร ซึ่งภาพรวมคาดการณ์อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (รวมโรงแรมร่วมทุน) อยู่ที่ 65 – 72% และรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPar) เติบโตที่ 30 – 37% เทียบช่วงเดียวกันของ 2565 คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 3,250 – 3,400 โดยการเติบโตของรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยมาจากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้น และราคาห้องพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากโรงแรมในต่างประเทศที่ดูไบ และญี่ปุ่น ที่ราคาเฉลี่ยสูงกว่าราคาห้องพักในประเทศไทย

นายกันย์ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณในการลงทุนปี 2566 วางแผนแบ่งเป็นส่วนของธุรกิจอาหาร อยู่ที่ 15,000-20,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีจ่อจากนี้ด้วย ส่วนธุรกิจโรงแรมอยู่ประมาณ 3,400-5,800 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับการประเมินโครงการที่จะไปต่อจนสำเร็จ และอาจมีการชะลอบางโครงการด้วย

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 4/2565 มีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% และมีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% จากไตรมาส 4/2564 โดย EBITDA Margin อยู่ที่ 28% เพิ่มขึ้นเทียบกับ 2564 เนื่องจากการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเทียบปีที่ผ่านมา

Advertisement

โดยเฉพาะโรงแรมที่จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 498 ล้านบาท หรือเติบโต 228% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 18,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% และมีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงินได้ (EBITDA) รวม 4,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120% เทียบปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 398 ล้านบาท หรือเติบโต 123% (เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งขาดทุนสุทธิ 1,734 ล้านบาท)

“บริษัทได้มีการวางแผนเพื่อลดผลกระทบต่อการปรับตัวขึ้นของต้นทุนดังกล่าว อาทิ การวางแผนในการเจรจาต่อรองกับผู้ขายวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง หาแหล่งวัตถุดิบทดแทน การใช้พลังงานแสงอาทิตย์และอุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพื่อลดค่าไฟฟ้า การจัดสรรกำลังบุคลากรวิถีใหม่ รวมถึงแผนการจ่ายคืนเงินต้นก่อนกำหนดสำหรับเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลดผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป” นายกันย์ กล่าว

นายกันย์ กล่าวว่า โรงแรมในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น และส่วนหนึ่งเป็นการเติบโตจากฐานต่ำในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 โดยการเติบโตมาจากโรงแรมระดับ 5 ดาว รวมถึงแบรนด์เซ็นทารา รีเซิร์ฟ (Centara Reserve) ทั้งในกรุงเทพและแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เป็นสำคัญ สำหรับโรงแรมที่มัลดีฟส์คาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ในปี 2566 การเติบโตของรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดโรงแรมใหม่ (Inorganic Growth) โดยบริษัทฯ จะรับรู้รายได้จากการดำเนินงานโรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

นายกันย์ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจอาหารคาดว่ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจ หลังการเปิดประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาดำเนินตามปกติ โดยบริษัทประมาณการอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales: SSS) ไม่รวมกิจการร่วมทุน เติบโต 7-9% เทียบ 2565 และอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขา (Total-System-Sales: TSS) จะอยู่ในช่วง 13 – 15% ส่วนการเติบโตของจำนวนสาขา คาดว่าจะมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นสุทธิรวมแบรนด์ร่วมทุน ประมาณ 120-150 สาขา (รวมสาขา shop-in-shop อาริกาโตะในมิสเตอร์โดนัท) เทียบกับปี 2565

โดยแบรนด์ที่เน้นการขยายสาขาเพิ่มได้แก่ เค เอฟ ซี, มิสเตอร์โดนัท, อานตี้ แอนส์, สลัดแฟคทอรี, ส้มตำนัว และ ชินคันเซ็น ซูชิ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญประเด็นเรื่องสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยประกาศความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero 2050) ภายในปี 2593 มีการกำหนดเป้าหมายระยะแรก 10 ปี (long term plan 2020-2029) การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20% ภายในปี 2572 ด้วยการบริหารจัดการการใช้พลังงาน การใช้น้ำ และการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ