อีวี คอนเวอร์ชั่น ทรานส์ฟอร์มฟอสซิล สู่เป้าไทยฮับภูมิภาค
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ที่มี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้ประชุมบอร์ดอีวี โดยมีมติหลายวาระน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ การจัดตั้งคณะอนุกรรมการที่ดูแลเรื่องการดัดแปลงรถยนต์ใช้แล้วเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี คอนเวอร์ชั่น)
แม้จะเป็นวาระเล็กๆ แต่สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศที่ยังมีรายได้ระดับปานกลางถึงน้อย การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง หรืออีวี คอนเวอร์ชั่น จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้คนไทยได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่แพง เฉกเช่นในอดีต ที่คนไทยจำนวนมากยอมนำรถไปปรับจูนเพื่อใช้ก๊าซแอลพีจี ก๊าซเอ็นจีวี เพราะรับภาระค่าน้ำมันที่ราคาพุ่งวันพุ่งคืนไม่ไหว
สำหรับ อีวี คอนเวอร์ชั่น ถูกพูดถึง และได้รับความนิยมมาหลายปีแล้ว พอๆ กับกระแสรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงที่ฮอตฮิตในไทย หน่วยงานรัฐหลายแห่งได้เข้ามาศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตั้งแต่ปี 2562
ครั้งนั้น กฟผ.ได้ต่อยอดโครงการวิจัยพัฒนาชุดประกอบรถไฟฟ้าดัดแปลง (ไอ-อีวี)และจัดทำคู่มือรถไฟฟ้าดัดแปลงไปสู่เชิงพาณิชย์ ราคาติดตั้งเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้าใหม่ เวลานั้นอยู่ที่ 200,000 บาทต่อคัน และติดตั้งแบตเตอรี่ราคาประมาณ 300,000 บาท รวมทั้งหมดไม่เกิน 500,000 บาท
เทียบกับอีวีป้ายแดง เวลานั้นอยู่ที่คันละ 3 ล้านบาท เรื่องนี้จึงฮือฮาได้รับความสนใจ เพราะถือเป็นทางเลือกให้คนที่มีรถยนต์อยู่แล้ว แต่อยากเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า ในราคาที่เอื้อมถึง ทำให้อีวี คอนเวอร์ชั่นเติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะต่างจังหวัด
ปัจจุบันแม้อีวีป้ายแดงจะถูกลงมาก แต่อีวี คอนเวอร์ชั่นยังแทรกกลางใจคนไทยอีกมากที่รักรถ เสียดายรถ อยากใช้รถยนต์ไฟฟ้า ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูลอู่รถยนต์ พบว่า ในไทยมีอู่รถยนต์ที่มีชื่อเสียง มีฝีมือด้านการทำอีวี คอนเวอร์ชั่นหลายพื้นที่ เท่ากับว่าเวลานี้ มีอีวี คอนเวอร์ชั่นวิ่งบนท้องถนนจำนวนมากตามไปด้วย ภายใต้สนนราคารวมล่าสุด 1 แสนบาทนิดๆ ต่อคันเท่านั้น
จึงเป็นที่มาให้ภาครัฐ โดยบอร์ดอีวี เริ่มตื่นตัว และเข้ามาดูแลมาตรฐาน ความปลอดภัยอย่างจริงจัง

ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด อีวี) ระบุว่า บอร์ดอีวีได้มีการพิจารณามาตรการขับเคลื่อนการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งเป็นรถยนต์กลุ่มใหญ่ของประเทศ ให้เปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ โดยมีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (อีวี คอนเวอร์ชั่น)
ประกอบด้วย 29 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงบประมาณ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมการขนส่งทางบก กรมควบคุมมลพิษ กรมบัญชีกลาง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมสรรพากร สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย
คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนฯชุดนี้ มีสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นเลขานุการในคณะอนุกรรมการฯ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ได้แก่ รถยนต์ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ รถโดยสาร รถบรรทุก เรือ รถไฟฟ้า และชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน จัดทำมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เพื่อเตรียมการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการบริหารและการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงและชิ้นส่วน หรือภารกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่คณะกรรมการฯมอบหมาย
หลังจากนี้จะดำเนินการเสนอรายชื่อคณะอนุกรรมการฯ แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อลงนามคำสั่งแต่งตั้ง และจะดำเนินการวางแผนงานกำหนดแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงร่วมกับคณะอนุกรรมการฯทั้ง 29 หน่วยงานต่อไป ปลัดณัฐพลเน้นย้ำ
ลงลึกแผนการทำงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (อีวี คอนเวอร์ชั่น) พบว่า หลังจากนี้จะมีการกำหนดมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดภาพอุตสาหกรรมชัดเจนในช่วง 5 ปี
เบื้องต้นจะมีการจัดทำยุทธศาสตร์ และประกาศเป้าหมายใหญ่ การวิเคราะห์ คาดการณ์เทรนด์โลก ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการทำงานของคณะอนุกรรมการฯ ว่าจะกำหนดตัวเลขอีวี คอนเวอร์ชั่นในไทยไว้เท่าใด เพราะเดิมตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ของไทยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 40,000 คันในปี 2027 ขณะที่เป้าหมายฝั่งประเทศอินโดนีเซีย พบว่า เฉพาะรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าถึง 6,000,000 คัน ในปี 2030
นอกจากนี้ อีกโจทย์ที่สำคัญคือ การบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อกำหนดแผนงาน เป้าหมาย การเชื่อมโยงมาตรการสนับสนุนกับยานยนต์ประเภทอื่น ทั้งอีวี 100%, ไฮโดรเจน, เซลล์เชื้อเพลิง, ไฮบริด, แอลพีจี, เอ็นจีวี และเชื้อเพลิงอื่นๆ
อีกเรื่องสำคัญคือ มาตรการสนับสนุนด้านการเงิน และไม่ใช่การเงินของหน่วยงานของรัฐ ให้แก่ยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงส่วนบุคคล และยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเชิงพาณิชย์ เปรียบเทียบกับต่างประเทศ เหล่านี้จะเชื่อมโยงกับ เป้าหมายการผลิตเพื่อใช้งานภายในประเทศ และส่งออก การสร้างอุปสงค์ การสนับสนุนการใช้งาน ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ จะมุ่งนำร่องการใช้งานในภาครัฐผ่านการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการพัฒนา สร้างความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทย การกำหนดสเปกและราคากลางยานยนต์ภาครัฐของรถในแต่ละประเภท การจัดทำและประกาศเขตพื้นที่ทดลอง การกำหนดและประกาศ การนำร่องพื้นที่เขตมลพิษต่ำ เทียบตัวอย่างในประเทศฝรั่งเศส
รวมทั้งการสร้างความตระหนักภาคประชาชนและความเชื่อมั่น การให้ความรู้ และเผยแพร่ข้อมูลด้านการใช้งาน และเทคนิคในวงกว้าง การสร้างและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยในประเทศ ผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ไปจนถึงการพัฒนาระบบนิเวศสนับสนุน การพัฒนากำลังคนอาชีวะ ระดับอุดมศึกษา การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
ขณะเดียวกัน ต้องสร้างกลไกการกำกับดูแล กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดัดแปลงรถเก่าที่ใช้น้ำมัน มาเป็นไฟฟ้า สามารถเติบโต เป็นทางเลือกของผู้บริโภค และเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศที่มีความปลอดภัย
เหล่านี้คือแนวทางกำกับอีวี คอนเวอร์ชั่นไทยนับจากนี้ เบื้องต้นคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอีวี คอนเวอร์ชั่น กำหนดประชุมแผนงานข้างต้นนี้ในเดือนพฤษภาคม และตั้งเป้าเสนอบอร์ดอีวี ชุดใหญ่ เดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้
ช่วงนี้จึงรอให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอีวี คอนเวอร์ชั่น ทำงานอย่างเต็มที่ เมื่อถึงวันเสนอแผนฯต่อบอร์ดอีวี จะน่าสนใจ ครอบคลุมทุกมิติ และเพิ่มทางเลือกให้คนไทยได้แค่ไหน
รัฐบาลชุดใหม่จะส่งผลต่อโครงการนี้หรือไม่ …น่าติดตาม

