หน้าแรก เศรษฐกิจ สภาธุรกิจตลาด...

สภาธุรกิจตลาดทุนเผย ความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลงต่อเนื่อง 2 เดือน แนะจับตาปัจจัยต่างประเทศ

6.12.16 | 15:51 น.
แฟ้มภาพ

นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ประจำเดือนธันวาคม 2559 “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าว่า ดัชนีปรับตัวลดลง แต่ยังอยู่ในระดับทรงตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 คาดว่าปี 2560 จะเริ่มเห็นการทำงานภายใต้ TRUMPONOMICS ที่จะส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่มากยิ่งขึ้น ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยหนุนแก่ความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้า (กุมภาพันธ์ 2560) อยู่ที่ 95.69 อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (Neutral) ปรับตัวลดลง 8.47% จากเดือนที่ผ่านมาที่ 104.55 ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนทุกกลุ่มปรับตัวลดลง โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่ปรับตัวลดลงถึง 12.50% แต่ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ พาณิชย์ ส่วนหมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ เป็นหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ในขณะที่ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลออกของเงินทุน

Info_Th

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยได้เคลื่อนไหวตามทิศทางของตลาดต่างประเทศในภูมิภาค ตามการคาดการณ์ผลกระทบจากนโยบายทางเศรษฐกิจภายหลังผลการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และความเป็นไปได้สูงของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2559 หลังการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งมีอิทธิพลทำให้มีกระแสเงินทุนไหลออกบางส่วนจากตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ ทั้งในส่วนตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ แม้ว่าตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป อาจขยายเวลาโครงการคิวอี ออกไปในการประชุมเดือนธันวาคม 2559

นางวรวรรณกล่าวอีกว่า จากปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศที่มีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาครัฐที่สอดคล้องเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวเดือนธันวาคม 2559 รวมไปถึงนักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจไทยในเกณฑ์ทรงตัว ทำให้ตลาดหุ้นไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก อย่างไรก็ตาม นโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐของประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าขนาดใหญ่ และกระทบต่อเนื่องมายังตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในปี 2560

Advertisement