นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่ 14 15 16 และ 17 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่ จ.เพชรบุรี ไปจนถึง จ.นราธิวาส ให้เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ พร้อมด้วยรถน้ำ สำหรับนำน้ำสะอาดไว้แจกจ่ายประชาชน ในกรณีแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ใช้การไม่ได้หรือมีสภาพขุ่นเนื่องจากถูกน้ำท่วม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด
นายทองเปลว กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ จ.ชุมพร มีปริมาณน้ำในคลองชุมพรเอ่อล้นตลิ่ง วัดระดับน้ำที่บริเวณบ้านวังไผ่ ได้ 9.41 เมตร (ม.) สูงกว่าตลิ่ง 0.07 ม.
ส่วนระดับน้ำในคลองสวี คลองตะโก และคลองหลังสวน มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมขังที่ลุ่มต่ำ โครงการชลประทานชุมพร ได้ประสานงานกับทางจังหวัดชุมพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนราษฎรเพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วน จ.สุราษฎร์ธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่การเกษตร ในเขต อ.พุนพิน อ.คีรีรัฐนิคม อ.ดอนสัก อ.วิภาวดี อ.ท่าฉาง อ.ไชยา อ.กาญจนดิษฐ์ อ.เกาะสมุย อ.เกาะพงัน อ.ดอนสัก อ.นาสาร อ.เวียงสระ อ.พระแสง อ.ชัยบุรี อ.พนม อ.ตาขุน และ อ.ท่าชนะ ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำตาปี ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติใน 2 – 3 วัน
นายทองเปลว กล่าวว่า จ.นครศรีธรรมราช ยังมีฝนตกหนักต่อเนื่องในบางพื้นที่ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้ สำหรับการให้ความช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมขัง สำนักงานชลประทานที่ 15 ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช และพื้นที่อำเภอท่าศาลา รวม 22 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ 12 เครื่อง พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้อำเภอ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จ.ตรัง ยังคงมีน้ำท่วมในเขตพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.รัษฎา อ.นาโยง อ.เมือง อ.ห้วยยอด และ อ.วังวิเศษ ระดับน้ำในแม่น้ำตรังที่ไหลผ่าน วัดระดับน้ำบริเวณบ้านท่าประดู่ อ.ห้วยยอดได้ 16.3 ม. สูงกว่าตลิ่ง 1.30 ม. มีแนวโน้มลดลง ส่วนที่บ้านท่าจีน อ.เมือง วัดระดับได้ 4.35 ม. สูงกว่าตลิ่ง 0.05 ม. มีพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่ง แต่ไม่กระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจ คาดว่าระดับน้ำจะมีแนวโน้มจะลดลงในวันนี้ หากไม่มีฝนตกเพิ่มจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1 – 2 วัน โครงการชลประทานตรัง ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
นายทองเปลว กล่าวว่า จ.พัทลุง ปริมาณฝนเริ่มลดน้อยลงแล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนราษฎรในเขต อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.กงหรา อ.ป่าบอน อ.ปากพะยูน อ.ป่าพะยอม อ.ควนขนุน อ.บางแก้ว อ.ศรีบรรพต อ.ศรีนครินทร์ และ อ.ตะโหมด ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร (ซม.) หากฝนไม่ตกหนักลงมาเพิ่ม จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วัน ยกเว้นพื้นที่ลุ่มต่ำริมทะเลสาบสงขลาจะเข้าสู่ภาวะปกติใน 1 – 2 สัปดาห์
นายทองเปลว กล่าวว่า จ.สงขลา เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่จังหวัดสงขลา ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ยังไม่ลดลง บริเวณพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ (อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และอ.สิงหนคร) ยังคงมีน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำเขตชุมชน แต่ถนนสายหลักและพื้นที่เศรษฐกิจยังไม่ได้รับผลกระทบ และพื้นที่ส่วนใหญ่ได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
นายทองเปลว กล่าวว่า จ.ยะลาและปัตตานี มีแม่น้ำปัตตานีเป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านทั้งสองจังหวัด และมีเขื่อนบางลางตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำปัตตานี มีความจุ 1,454 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 5.49 ล้านลบ.ม. มีปริมาณน้ำเก็บกัก 460 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 31% ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำในฤดูฝนนี้ได้อีก 999 ล้านลบ.ม. ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีที่ อ.เมืองยะลา วัดได้ 5.01 ม.ต่ำกว่าตลิ่ง 5.99 ม. และระดับน้ำที่อ.เมืองปัตตานี มีระดับน้ำ 0.18 ม. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.97 ม.

