ส่องสต๊อก ‘บ้านหรู-คอนโดราคาแพง’ 1.3 หมื่นยูนิต ต้องใช้เวลากี่เดือนถึงจะขายหมด
ในปี 2566 มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายค่ายที่โหมลงทุนโครงการบ้านหรู หนีตลาดกลาง-ล่าง ติดกับดักหนี้ครัวเรือน กระทบชิ่งยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งไม่หยุด
ถามว่าเมื่อตลาดมีผู้เล่นมากมาย แล้วสินค้าที่พัฒนาออกมาขายกันสนั่นตลาดนั้น ต้องใช้เวลาในการขายกี่เดือนกว่าจะระบายสต๊อกได้หมด
ต่อเรื่องนี้มีคำตอบจาก ‘โสภณ พรโชคชัย’ ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA วิเคราะห์สภาวะตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปว่า ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ณ สิ้นปี 2565 มีจำนวน 13,182 หน่วย มูลค่ารวม 273,187 ล้านบาท
แยกเป็นบ้านเดี่ยว 7,429 หน่วย มูลค่า 154,919 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 20.85 ล้านบาท รองลงมาห้องชุด 4,319 หน่วย มูลค่า 93,902 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 21.74 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ 709 หน่วย มูลค่า 12,569 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 17.73 ล้านบาท บ้านแฝด 523 หน่วย มูลค่า 7,554 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 14.44 ล้านบาท อาคารพาณิชย์ 128 หน่วย มูลค่า 1,995 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 15.59 ล้านบาท และที่ดินจัดสรร 74 หน่วย(แปลง) มูลค่า 2,248 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 30.38 ล้านบาท
‘โสภณ’ ยังระบุว่า อาจกล่าวได้ว่าบ้านเดี่ยวที่มีอยู่ 7,429 หน่วย ถ้าไม่มีเปิดตัวโครงการใหม่เลย ต้องใช้เวลาขายอีกราว 30 เดือน จึงจะหมด เพราะเป็นสินค้าราคาแพง ปกติโครงการบ้านหรูอาจใช้เวลาในการขายเฉลี่ยประมาณ 30 เดือน ส่วนห้องชุดราคาแพง ซึ่งอาจเป็นห้องชุดในตำแหน่งและชั้นที่ดี ซึ่งบางส่วนอาจเป็นเพนท์เฮาส์ ก็ใช้เวลาขายถึง 40 เดือน จึงดูขายได้เชื่องช้ากว่าบ้าน ส่วนบ้านแฝดใช้เวลาขาย 31 เดือน ทาวน์เฮ้าส์ใช้เวลา 34 เดือน อาคารพาณิชย์ใช้เวลา 60 เดือน ที่ดินจัดสรรใช้เวลา 70 เดือน
พร้อมทิ้งท้ายว่า ตลาดบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนหน่วยเพียง 6% ของทั้งตลาดหรือเพียง 1 ใน 17 ส่วน แต่ในแง่มูลค่านับว่าสูงถึง 30% ของทั้งตลาด หรือเกือบ 1ใน 3 เลยทีเดียว ในอนาคตมีโอกาสจะมีการพัฒนาบ้านราคาสูงมากขึ้น ส่วนปี 2566 คาดว่าจะมีเปิดใหม่เพิ่ม 5%หรือ 1,000 หน่วยและตลาดจะแข่งขันสูงขึ้น หลังบริษัทใหญ่เข้ามาแข่งในตลาดนี้มากขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ทำเลชานเมือง และในใจกลางเมืองหากเป็นห้องชุดพักอาศัย

