หน้าแรก เศรษฐกิจ ราคาพลังงาน-อ...

ราคาพลังงาน-อาหารแผ่วลง กดเงินเฟ้อชะลอตัว ‘ต่ำสุด’ รอบ 13 เดือน พณ.ฟันธงขาลง

7.03.23 | 13:11 น.

ราคาพลังงาน-อาหารแผ่วลง กดเงินเฟ้อก.พ.ชะลอตัวต่ำสุดรอบ 13 เดือน แต่ยังบวก 3.79% พณ.ฟันธงขาลง เล็งทบทวนคาดการณ์เหลือ 2%

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2566 เท่ากับ 108.05 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เท่ากับ 104.10

ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป สูงขึ้น 3.79 % เป็นอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) สูงขึ้น 1.93% โดยสูงขึ้นในอัตราชะลอตัวลง

สาเหตุสำคัญมาจากการชะลอตัวของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารบางประเภท โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปและอาหารสด ประกอบกับฐานราคาที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อในปี 2565 อยู่ในระดับสูง มีส่วนทำให้เงินเฟ้อขยายตัวไม่มากนัก และเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อในต่างประเทศ อิงข้อมูลล่าสุดเดือนมกราคม 2566 พบว่า

เงินเฟ้อไทยต่ำเป็นอันดับที่ 29 จาก 139 เขตเศรษฐกิจโลกการประกาศตัวเลข ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีกว่าหลายเขตเศรษฐกิจ อาทิ สหรัฐ สหราชอาณาจักร อิตาลี เม็กซิโก อินเดีย และเกาหลีใต้ รวมถึงประเทศในอาเซียน ทั้งลาว ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยไทยมีเงินเฟ้ออัตราต่ำสุดอันดับ 3 รองจากมาเลเซียและเวียดนาม

Advertisement

ทั้งนี้ ลงในรายละเอียด พบว่า อัตราเงินเฟ้อไทยที่สูงขึ้น มาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 5.74 % แต่ต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่สูงเกิน 7%

ซึ่งสินค้าที่มีราคาสูงขึ้น ราคาอาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ (มะนาว แตงกวา แตงโม ส้มเขียวหวาน) ข้าวสาร ไข่และผลิตภัณฑ์นม (ไข่ไก่ นมถั่วเหลือง) เครื่องประกอบอาหาร (ซีอิ๊ว น้ำพริกแกง ซอสหอยนางรม) และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟ/ชา (ร้อน/เย็น) กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม) ส่วนเนื้อสัตว์ (ไก่สด ปลาทู เนื้อสุกร)

ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง อาทิ ผักคะน้า ผักชี พริกสด น้ำมันพืช มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) และมะขามเปียก

ขณะที่หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 2.47 % ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่สูงขึ้น 3.18% โดยสินค้าราคาลดลง อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มแก๊สโซฮอล์และน้ำมันเบนซิน เครื่องใช้ไฟฟ้า (เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า) น้ำยาระงับกลิ่นกาย ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว แป้งผัดหน้า ผ้าอ้อมสำเร็จรูป และค่าทัศนาจรในประเทศ

นอกจากนี้ สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด (น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ สารกำจัดแมลง) ราคาชะลอตัวลง ขณะที่ ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม ค่าโดยสารสาธารณะ (แท็กซี่ เรือ รถเมล์เล็ก/สองแถว เครื่องบิน) วัสดุก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล (ยาสีฟัน กระดาษชำระ ค่าแต่งผมชาย) ปรับสูงขึ้นเล็กน้อย

ดังนั้น สินค้าที่ใช้คำนวนเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ พบว่า สินค้ามีราคาสูงขึ้น 334 รายการ ราคาคงที่ 51 รายการ และ ราคาลดลง 45 รายการ

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า แนวโน้มเงินเฟ้อไทยจากนี้มีทิศทางขาลงต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคมน่าจะใกล้เคียงเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เงินเฟ้อไตรมาสแรก2566 สูงขึ้นในไม่เกิน 4% นอกจากนี้ปัจจัยส่งผลต่อเงินเฟ้อเปลี่ยนไป ทั้งตัวเลขจีดีพี ราคาน้ำมัน และอัตราแลกเปลี่ยน ที่ตอนนี้ต่ำกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้เดือนพฤศจิกายนปีก่อน จะมีการทบทวนอีกครั้งหลังตัวเลขเงินเฟ้อไตรมาสแรกออกมาแล้ว

โดยเดิมคาดเงินเฟ้อทั้งปีนี้ 2.5 % ในกรอบ 2-3 % เบื้องต้นมองว่ามีโอกาสต่ำลงแต่ยังเกิน 2% ปัจจัยต่อเงินเฟ้อ คือ ความเสี่ยงจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยแล้งทั้งในและต่างประเทศ ความผันผวนของค่าเงินบาท ราคาเชื้อเพลิง ที่จะส่งผลต่อราคาพลังงานและอาหารสูงขึ้นหรือต่ำลง รวมถึงการฟื้นตัวของจำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยว งบใช้จ่ายช่วงการเลือกตั้งในไทยช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ผลจากรายได้และค่าใช้จ่ายในด้านพิมพ์ วัสดุก่อสร้าง และการจ้างงานทั่วไปเพื่อทำกิจกรรมช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

“ดูข้อมูลย้อนหลัง มีโอกาสที่เงินเฟ้อไทยจะยัวขยายตัวได้สูงในครึ่งปีแรก แต่ในอัตราต่ำลงจากทิศทางราคาพลังงาน อาหารสด และฐานปีก่อนสูง จนเข้าครึ่งปีหลังตัวเลขต่างๆจะคลี่คลาย มีโอกาสจะเห็นเงินเฟ้อเป็นศูนย์หรือติดลบเล็กน้อย สนค.ฟันธงเงินเฟ้อจากนี้จะเป็นขาลง “นายพูนพงษ์