หน้าแรก เศรษฐกิจ ยอดใช้จ่ายครั...

ยอดใช้จ่ายครัวเรือน ก.พ. หมื่นแปด หมดไปกับค่ามือถือ-เดินทาง

7.03.23 | 19:13 น.

ยอดใช้จ่ายครัวเรือน ก.พ. เงินหมื่นแปด หมดไปกับค่ามือถือ-เดินทาง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้เก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายของครัวเรือน เดือนกุมภาพันธ์ 2566 พบว่า เฉลี่ยค่าใช้จ่ายทั้งเดือนอยู่ที่ 18,168 บาท แยกเป็นใช้จ่ายซื้อสินค้าที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 58.49% อาทิ ค่าเช่าบ้าน ค่ายากและการแพทย์ ค่าโดยสารเดินทาง เป็นต้น อีก 41.51% เป็นค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ อาหารปรุงสำเร็จ ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ เมื่อแยกประเภทใช้จ่าย พบว่า สูงสุดใช้กับค่าโดยสารค่าเดินทาง เชื้อเพลิง และค่ามือถือ ถึง 4,236 บาท รองลงมาคือ ค่าเช่าบ้าน ค่าไฟ ก๊าซหุงต้ม เครื่องใช้ในบ้าน 4,033 บาท ขณะที่ค่าอาหารในบ้าน นอกบ้าน เนื้อสัตว์ เฉลี่ยเกิน 1,000 บาทต่อหมวด เห็นได้ว่าขยับขึ้นจากช่วงก่อนหน้า

นายพูนพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.5 จากระดับ 51.3 ในเดือนมกราคม 2566 เป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และอยู่ในช่วงเชื่อมั่นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยปรับเพิ่มขึ้นทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน และในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 43.6 และ 58.5 จากระดับ 42.3 และ 57.2 ตามลำดับ

โดยมีสาเหตุสำคัญมาจาก 1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและการบริการจากจำนวนเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับช่วงเดี่ยวกันของปีก่อน ส่งผลให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น 2.มาตรการช่วยเหลือด้านการลดค่าครองชีพ และโครงการการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ การตรึงค่าไฟฟ้ากลุ่มครัวเรือน โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น 3.ราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการปรับตัวดีขึ้น และ 4.ราคาน้ำมันบางชนิดปรับตัวลดลงสอดคล้องกับราคาในตลาดโลก โดยเฉพาะดีเซลที่ได้รับลดลงแล้ว ส่งผลให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งในปัจจุบันและในอนาคตดีขึ้น

“ดูข้อมูลย้อนหลัง เชื่อได้ว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัว กลับมาสู่ภาวะปกติ สะท้อนจากค่าดัชนีเกินระดับ 50 ต่อเนื่อง และในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้สูงกว่าปี 2562 ก่อนเปิดโควิดระบาด ที่ตอนนั้นค่าดัชนีอยู่ที่ 51.2 ในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยช่วงเกิดโควิดระบาดค่าดัชนีความเชื่อมั่นตกลงไปต่ำสุดหรือยู่ที่ระดับ 33 ในปี 2563 ซึ่งในการสำรวจความเชื่อมั่นจะสอบถามให้ 9 เรื่องที่มีผลต่อความเชื่อมั่น พบว่า ผู้สอบให้ความสำคัญอันดับแรกในด้านการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สูงถึง 44.05% ของกลุ่มสำรวจ ที่ระบุคลายกังวลและเชื่อว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้น รวมถึงผ่อนคลายเรื่องการเมือง ดังนี้รวม 2 เรื่องก็เกิน 50%ของน้ำหนักที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่วนนี้มี 7.84% เรื่องอื่นๆคือ ราคาเชื้อเพลิงเริ่มลง สินค้าราคาสูง ท่องเที่ยว ภาคเกษตรดีขึ้น และโรคระบาด ที่กำลังจับตาเรื่องไข้หวัดนก และโควิดที่ยังระบาดอยู่” นายพูนพงษ์กล่าว

Advertisement

เมื่อดูในรายละเอียด พบว่า ทุกรายอาชีพระบุเชื่อมั่นดีขึ้น แยกตามภาคมองดีขึ้นทุกภาค และค่าดัชนีเกินระดับ 50 ยกเว้น กรุงเทพและปริมณฑลที่ลดตัวเล็กน้อย จากค่าดัชนี 52.2 มาอยู่ที่ 51.9